ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้าสำหรับคนเป็นสิว

0 0
Read Time:8 Minute, 51 Second

สิว ( Acne ) มักปรากฏบนใบหน้า หน้าอก หลัง หลังหู และบนศีรษะ สิวมีผลต่อวัยรุ่นประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และในวัยทำงานประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่มีอายุ 20 – 40 ปี ช่วงอายุระหว่าง 11 ถึง 30 ปี เด็กผู้หญิงมักได้รับผลกระทบจากสิวตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เด็กผู้ชายจะได้รับผลกระทบรุนแรงมากกว่า ซึ่งมีการไปพบแพทย์มากกว่าปัญหาผิวหนังอื่น ๆ แม้สิวที่เกิดขึ้นอาจไม่เป็นอันตรายแต่ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจหรือเกิดรอยแผลเป็นแบบถาวรได้ สิวเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งประกอบด้วยรูขุมขน ต่อมน้ำมัน ต่อมไขมัน ที่อุดดันนำไปสู่การเกิดสิวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โฮนเพศชายเรียกว่า ( แอนโดรเจน ) ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้นทั้งเด็กชายและเด็กหญิงเพื่อให้ความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยปกติต่อมไขมันที่ผลิตนั้นจะเดินทางผ่านรูขุมขนไปยังผิวหนัง แต่อาจมีเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วตกค้างอยู่ในรูขุมขนจึงเกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียภายในรูขุมขนและเกิดการอักเสบของสิวได้ ประเภทของสิวที่พบมากที่สุด คือ สิวอุดตัน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวตุ่มนูนแดง สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง สิวผด

เครดิตฟรี

การดูแลตัวเองเพื่อรักษาสิว

  1. ดูแลระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ การขับถ่ายเป็นประจำทุกวันจะช่วยขับของเสียในร่างกาย ซึ่งช่วยทำให้สิวลดลงได้ เนื่องจากปริมาณสารพิษที่สะสมในร่างกายลดน้อยลงนั่นเอง
  2. ผ่อนคลายความตึงเครียด ความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น และยังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย Acnes ที่ก่อให้เกิดสิวด้วยเช่นกัน
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานเป็นปกติ เนื่องจากฮอร์โมนเป็นต้นเหตุของการผลิตน้ำมันจากต่อมไขมัน หากฮอร์โมนทำงานแปรปรวนจะไปกระตุ้นต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป และก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้
  4. ใช้ครีมแต้มสิว ครีมแต้มสิวจัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่ควรซื้อจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรควบคุม เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดเป็นยาที่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงและควรอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเราสามารถแบ่งครีมแต้มสิวอักเสบออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มสารสกัดจากธรรมชาติ ปัจจุบันมีการวิจัยเกี่ยวกับสารสกัดจากธรรมชาติมากขึ้น อย่างเช่นครีมที่สกัดมาจากเปลือกมังคุด ซึ่งมีสรรพคุณในด้านการลดอักเสบ และไม่ก่อให้เกิดการดื้อยา รวมถึงความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ก็น้อยอีกด้วย
กลุ่มที่มีส่วนประกอบของยาปฏิชีวนะ ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวหัวหนองที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทั้ง P.acnes, Staphylococci หรือ Streptococci โดยควรต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเภสัชกรหรือแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการดื้อยาหรืออาการแพ้ยาที่ก่อให้เกิดการอักเสบและบวมแดงได้
กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ หรือที่เรียกกันว่า “ เรตินอยด์ ” ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะช่วยลดการอักเสบและลดการขับน้ำมันส่วนเกิน จึงสามารถช่วยลดความมันบนใบหน้าที่เป็นสาเหตุของการอุดตันจากสิวได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อเสียตรงที่ว่าจะทำให้ผิวหนังแห้งระคายเคืองหรือลอกเป็นขุยได้

สล็อต

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้า
ในวันสวยแบบธรรมชาติ ซึ่งทาแค่ครีมกันแดด ใช้ Cleansing Water สูตรน้ำตามด้วยคลีนเซอร์แบบเจล สำหรับคนผิวบอบบาง อุดตันและเป็น สิว ( Acne ) วันแต่งหน้าจัดเต็ม ควรใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทำความสะอาด ดังนี้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เช่น Cleansing Oil, Cleansing Water
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางเฉพาะดวงตาและปาก (Eyes & Lips Remover)
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าทั่วไป เช่น คลีนเซอร์ โฟม เจลล้างหน้า หรือสบู่สมุนไพรธรรมชาติ ก่อนล้างด้วย Cleansing Brush หรือแปรงทำความสะอาดผิวอีกครั้ง
คอตต้อนบัด สำลีและกระดาษทิชชูสำหรับใบหน้า
น้ำยาล้างตา
น้ำเกลือ Klean & Kare หรือโทนเนอร์
อย่างไรก็หากสิวมีอาการที่รุนแรงควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและหาวิธีรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละคนตามขั้นตอนของแพทย์ เพื่อลดความรุนแรงของการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนังและลดการเกิดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวได้อีกด้วย

สล็อตออนไลน์

  1. ใช้ยาชนิดรับประทาน ยาที่ใช้รับประทานเพื่อ รักษาสิว อักเสบสามารถช่วยลดการอักเสบได้ แต่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น

กลุ่มยาปฏิชีวนะ ยาในกลุ่มนี้จะช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acnes รวมถึงเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะต้องให้แพทย์เป็นผู้คำนวณขนาดและชนิดของยาที่ใช้ เนื่องจากเมื่อรับประทานไปแล้วอาจจะก่อให้เกิดอาการตับอักเสบได้ ในบางรายอาจจะส่งผลถึงระบบภูมิคุ้มกันหรือทำลายไขกระดูก ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ Amoxicillin, Clindamycin, Tetracycline หรือ Doxycycline
กลุ่มยาอนุพันธ์วิตามินเอ เรียกกันว่า Lsotretinoin ซึ่งออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ โดยจะออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างน้ำมันจากต่อมไขมันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย P.acnes กลุ่มยาชนิดนี้จะขับออกทางตับ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากยากลุ่มนี้ส่งเสริมให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงและทำให้เลือดออกง่าย จึงไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์

นอกจากนี้ยังมีอาการข้างเคียงอื่น ๆ ระหว่างทานยากลุ่มนี้ อาทิ ภาวะซึมเศร้า ตาแห้ง ปากแห้ง นอกจากนี้ยังทำให้เกิดภาวะตับอักเสบได้

  1. ใช้ยาชนิดฉีดเพื่อรักษาสิวอักเสบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้สิวอักเสบยุบตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมสภาพผิวให้พร้อมรับวันสำคัญที่ใกล้จะมาถึง ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานรับปริญญา หรือแม้แต่การไปสมัครงาน โดยวิธีการรักษานั้นจะใช้ยาสเตียรอยด์ (Steroid) ฉีดเข้าไปในบริเวณสิวอักเสบ ซึ่งจะช่วยให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวัน

ข้อดีของยาฉีดสิวอักเสบ ทำให้สิวยุบตัวลงอย่างรวดเร็วและป้องกันการเกิดหลุมสิว โดยที่ไม่ต้องรอให้สิวสุกแล้วเอาหนองออก

jumboslot

ข้อเสียของยาฉีดสิวอักเสบ การฉีดยาสเตียรอยด์ไม่สามารถทำให้สิวหายขาดได้ เนื่องจากไม่ใช่วิธีการรักษาที่ต้นเหตุ เพียงแต่ช่วยลดการอักเสบเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำบริเวณเดิมอีกได้เรื่อย ๆ เพราะหัวสิวนั้นยังฝังตัวอยู่ลึกและกลายเป็นไตแข็ง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถลุกลามหรืออักเสบมากขึ้น หากเครื่องมือที่ใช้มีความสะอาดไม่เพียงพอ

นอกจากนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากถ้าใช้ยาในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดยุบตัวลงไปด้วย กลายเป็นหลุมบนใบหน้าแทน แต่ถ้าฉีดน้อยเกินไปก็ไม่สามารถทำให้สิวยุบได้ทันใจด้วยเช่นกัน

  1. การใช้เลเซอร์ มีผลการวิจัยพบว่าเชื้อแบคทีเรีย Acnes จะมีการสังเคราะห์เม็ดสีที่เรียกว่า “ พอร์ไฟลิน ” ( Porphyrins ) เมื่อใช้แสงเลเซอร์ยิงเข้าไปที่พอร์ไฟลิน จะทำให้เชื้อแบคทีเรียนั้นตาย และพอแบคทีเรียมีปริมาณลดน้อยลง การอักเสบของสิวก็จะลดลงตามไปด้วย แต่การ รักษาสิว ด้วยวิธีนี้ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีวิธีใดที่สามารถรักษาสิวอักเสบให้หายขาดได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลผิวพรรณขั้นพื้นฐานอย่างเช่นการรักษาความสะอาด การรับประทานอาหารและยังมีปัจจัยอื่น ๆ

ดังนั้น เมื่อมีปัญหาสิวเกิดขึ้นกับตัวเรา ก็ไม่ควรไปซื้อยาทาหรือรับประทานเอง แต่ควรไปพบแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกร เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยลดจำนวนสิวที่มีอยู่ให้น้อยลงได้

slot

วิธีการกำจัดสิวแบบเร่งด่วน
ถ้าหากคุณมีความจำเป็นที่ต้องกำจัดสิวให้หายไปเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวอย่างเร่งด่วน

  1. ครีมแต้มสิว

หากคุณเป็นสิวอักเสบ สิวบวมแดง สิวหัวหนอง ให้ใช้ ” ครีมแต้มสิว ” ซึ่งมีตัวยาช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่หัวสิว ทำให้สิวแห้งและยุบเร็ว โดยครีมแต้มสิวมีหลายยี่ห้อให้เลือก แถมราคาก็ไม่แพง เช่น ครีม TOMEI, ครีม Smooth E Acne Hydro Gel, Clindalin Gel, ครีมภูมิพฤกษา 15, Benzac ac, ผงวิเศษ เป็นต้น

  1. ยาสีฟัน

ในตัวยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน ( Triclosan ) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอนและเช็ดให้แห้ง ( เบาๆ ) จากนั้นใช้ยาสีฟันแต้มที่สิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด

ข้อแนะนำคือ ใช้เป็นแบบครีมตัวยาสีฟัน ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่จะทำให้ผิวของคุณเกิดการระคายเคืองได้

  1. น้ำมะนาว

ใช้น้ำมะนาวแต้มที่สิวก่อนเข้านอนจะช่วยได้มาก ในน้ำมะนาวประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มีประสิทธิภาพในการทำให้สิวของคุณแห้ง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายอีกด้วย

  1. เบคกิ้งโซดา

เบคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ซึ่งจะช่วยควบคุมระดับ PH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟูเพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิวบริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทิ้งไว้นานจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง โดยผงฟูมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้เป็นอย่างดี

  1. ใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งเป็นยาประจำบ้านที่ดีในการ รักษาสิว ที่ช่วยให้ผิวของคุณสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวอีกด้วย โดยเรานำน้ำผึ้งแต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้สัก 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอนสามารถใช้ผ้าบางรองไว้บนหมอนได้

  1. มากส์หน้าด้วยไข่ขาว

ล้างหน้าและเช็ดหน้าของคุณให้สะอาด จากนั้นตอกไข่และแยกไข่แดงออก เพื่อแยกเอาเฉพาะไข่ขาว แล้วทาไข่ขาวบาง ๆ บนใบหน้าที่สะอาดและปล่อยให้แห้งประมาณ 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างของผิวที่กระชับขึ้น

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับสิว
Next post ว่าด้วยเรื่องของดวงตา