การประเมินผลอาการใจสั่น

0 0
Read Time:4 Minute, 53 Second

การตรวจสอบเพื่อประเมินว่าผู้ป่วยมีอาการใจสั่นหรือไม่ ควรทำการถามด้วยคำถาม 5 ข้อดังนี้
1.ผู้ป่วยมีอาการ ( Symptom ) หรือเหตุการณ์หรือทำกิจกรรมอะไร ( circumstances ) ก่อนที่จะเกิด อาการใจสั่น เช่น ออกกำลังกาย ( exercise ) อยู่เฉยๆ ( rest ) ปัจจัยเสี่ยง ( predisposing factors ) อื่น
2.มีอาการอะไรเกิดขึ้นร่วมด้วยบ้างและรู้สึกเป็นอย่างไร abrupt or slowly rising ร่วมถึงสอบถามว่ามีอาการเกิดขึ้นก่อนหน้าหรือไม่ เช่น เจ็บหน้าอก ( Chest Pain ),อาการหายใจลำบาก ( Dyspnea ), อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ( vertigo ) เป็นต้น

เครดิตฟรี

3.ลักษณะของอาการใจสั่นที่เกิดขึ้นเป็นชนิดไหน สั่นด้วยความเร็วปกติแต่เต้นไม่สม่ำเสมอ ( regular ),ใจสั่นด้วยความเร็วสูง ( rapid ), ใจสั่นแบบถาวร ( permanent ) มีอาการอื่นร่วมด้วย ( associated symptoms ) หรือไม่ เช่น เจ็บหน้าอก ( Chest Pain ) อาการเป็นลมหมดสติหรือวูบ ( syncope ), หรือใกล้หมดสติ ( Near syncope ), ปอดบวมน้ำ ( Pulmonary edema ) หรือมีอาการวิตกกังวล ( anxiety ) เกิดขึ้นร่วมกับอาการใจสั้นหรือไม่

4.เมื่ออาการใจสั่นดีขึ้นแล้วมีลักษณะเป็นอย่างไร เช่น อาการค่อยดีขึ้นอย่างรวดเร็วหรืออย่างช้า ๆ ( abrupt or slowly decreasing duration ) , การถ่ายปัสสาวะ ( urination ), อาการดีขึ้นเอง ( spontaneously ) หรือใช้การวากัล แมนนูเวอร์ ( vagal maneuver ) เช่น การกลั้นหายใจ การกดนิ้วลงบนเปลือกตาหรือการไอ หรือหายด้วยการใช้ยา ( medication )
5.ประวัติและภูมิหลังของผู้ป่วย เช่น อายุที่เริ่มมี อาการใจสั่นครั้งแรก ความถี่ของอาการใจสั่นที่เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจหรือไม่ เช่น โครงสร้างของหัวใจผิดปกติ ( structural heart disease ) โรคจิตสรีระแปรปรวน ( Psychosomatic disorders ) การติดเชื้อที่มีต่อระบบทั่วไปของร่างกาย ( Systemic diseases ) ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ( Thyroid disorders ) มาก่อนที่จะเกิดอาการใจสั่นหรือไม่ บุคคลในครอบครัวมีประวัติเสียชีวิตด้วยดรคหัวใจหรือไม่ เคยเสพสารเสพติดหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก่อนหรือไม่

การประเมินผู้ป่วยอาการใจสั่น
อาการที่เกี่ยวข้องทางคลินิกที่บ่งชี้ อาการใจสั่นที่เกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ( Arrhythmic )
1.เป็นโรคเกี่ยวกับโครงสร้างของหัวใจผิดปกติหรือการมีความผิดปกติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระยะเริ่มต้น
2.มีประวัติบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน
3.มีอายุสูง
3.มีภาวะหัวใจเต้นเร็ว ( Tachycardia ) และใจสั่น ( Palpitation ) ร่วมกัน
4.อาการใจสั่นร่วมกับประสิทธิภาพที่ลดลงของระบบไหลเวียนโลหิต ( hemodynamic )
5.ความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ( ECG )

สล็อต

การตรวจร่างกายสำหรับผู้ป่วย ควรเน้นไปที่การตรวจระบบหัวใจและส่วนของหลอดเลือด อย่าง สัญญาณชีพ ( vital signs ) ตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างของหัวใจ ( structural hearl disease ) เช่น เสียงฟู่ของหัวใจ ( Murmur )) ชีพจร ( Peripheral pulse ) สัญญาณของภาวะหัวใจวาย ( signs of heart failure ) และควรที่จะหาสัญญาณของ systemic diseases ที่มีส่วนทำให้เกิด อาการใจสั่นร่วมด้วย

การสืบค้นควรทำต่อไปในผู้ป่วยทุกคน และตามด้วยการทำ12 leads ECG เพื่อวัดคลื่นไฟฟ้าที่หัวใจ และถ้าจะให้ผลดีที่สุดควรทำในผู้ป่วยที่กำลังแสดงอาการใจสั่นอยู่ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ในขณะที่ผู้ป่วยมีอาการแล้ว ก็ควรทำอย่างน้อยหนึ่งครั้งในขณะที่ผู้ป่วยไม่มีอาการก็ได้เช่นเดียวกัน เพื่อช่วยในการประเมินหาสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ ว่าเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดปกติหรือว่าเป็นความผิดปกติจากโครงสร้างของหัวใจ หรือว่ามาจากสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งเมื่อทำการวัดและพบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ( ECG ) ว่ามีสาเหตุมาจากโครงสร้างของหัวใจที่ผิดปกติแล้ว จะต้องทำการตรวจด้วยวิธีพิเศษอื่นต่อไป เช่น echocardiography, MRI, ambulatory ECG, stress test หรือ EPS ( electrophysiological study ) เป็นต้น

อาการใจสั่น ( Palpitation ) เป็นอาการที่สามารถพบได้บ่อยมาก แม้ว่าอาการในช่วงแรกอาจจะไม่สร้างผลกระทบต่อร่างกายและการดำรงชีวิต แต่เมื่อเป็นมากขึ้นหรือบ่อยครั้งขึ้น อาการใจสั่นที่เกิดขึ้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งสาเหตุของอาการใจสั่นที่เกิดขึ้นมักมาจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นส่วนมาก แต่บางครั้งอาการใจสั่นอาจเกิดเป็นผลข้างเคียงของโรคที่เกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับระบบอื่น ๆ ภายในร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบของต่อมไร้ท่อ หรือแม้แต่สภาวะที่สภาพจิตใจเกิดความผิดปกติขึ้น ดังนั้นการซักประวัติอย่างละเอียดของแพทย์และการตอบคำถามที่ตรงไปตรงมา รวมถึงการตรวจร่างกายอย่างครบถ้วน จะนำไปสู่การวินิจฉัยถึงสาเหตุของโรคที่แม่นยำถูกต้อง นำมาซึ่งการรักษาที่ถูกต้องที่สามารถให้หายจากอาการใจสั่นได้ง่าย

สล็อตออนไลน์

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการใจสั่นมีอะไรได้บ้าง
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีหลายชนิด มีความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนต่างกัน โรคหัวใจขาดเลือด โรคห้องหัวใจหนา โรคหัวใจโต
โรคไทรอยด์เป็นพิษ ทำให้มีอาการใจสั่นได้ เนื่องจากหัวใจเต้นเร็วเกินไป
การออกกำลังกาย ในการออกกำลังกายอย่างหนักจะทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้นทำให้เรารู้สึกได้
ยาหรือสารบางชนิด เช่นการทานยาบางตัวทำให้เกิดอาการใจสั่นขึ้นได้ สารบางชนิดเช่นคาเฟอีนจากชากาแฟในบางคนอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้นได้หรือยาเสพติดทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น
ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็จะทำให้รู้สึกหวิวๆเหมือนใจสั่นได้
การมีไข้ ติดเชื้อ ทำให้หัวใจสูบฉีดแรงและเร็วขึ้นได้
ภาวะเครียด กังวล ก็สามารถทำให้รู้สึกว่าใจสั่นได้แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก

jumboslot

การวินิจฉัยโรค แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย ถามถึงยาและสารต่างๆที่ใช้อยู่ อาจส่งตรวจเพิ่มเติม

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
การติดเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบต่อเนื่อง (holter)
การวิ่งสายพาน
การตรวจเลือด เช่น ไทรอยด์ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับเกลือแร่
เอกซเรย์ปอด
การตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ
การใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าแบบพกพาเวลามีอาการ เนื่องจากในบางครั้ง ไม่ได้เกิดอาการขึ้นตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถจับความผิดปกติเวลามาตรวจได้

slot

การรักษา การรักษาใจสั่นจะรักษาตามสาเหตุการเกิดโรคนั้น ๆ เช่น

กรณีที่เกิดจากโรคหัวใจก็อาจใช้ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ หรือการจี้ไฟฟ้ารักษา การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรือการช็อตไฟฟ้าหัวใจ
กรณีเกิดจากยาก็ควรหยุดหรือเปลี่ยนยา
กรณีเกิดจากคาเฟอีน ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
กรณีเกิดจากความเครียด ก็ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะเครียดหรือพบจิตแพทย์

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post อาการใจสั่นเป็นอย่างไร
Next post ไข้และการมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ