ภาวะเขียวเป็นอย่างไร

0 0
Read Time:7 Minute, 50 Second

อาการเขียวบริเวณส่วนปลาย คือ ภาวะเขียวที่เมื่อทำการตรวจร่างกายแล้วจะพบว่าพื้นที่ที่เกิดภาวะเขียวจะเกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ ( cool areas ) เช่น บริเวณเนื้อใต้เล็บ ( nail beds ), จมูก ( nose ), แก้ม ( cheeks ), ติ่งหู ( earlobes ) และบริเวณผิวด้านนอกของลิมฝีปาก ( outer surface of lips ) เป็นต้น ซึ่งการนวดหรือการเพิ่มความอบอุ่นให้กับบริเวณดังกล่าวจะสามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่บริเวณส่วนปลาย ( peripheral blood flow ) จึงช่วยลดอาการหรือทำให้ภาวะเขียวบริเวณส่วนปลายหายได้ แต่สำหรับภาวะเขียวส่วนกลาง ( Central cyanosis ) จะไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวให้หายได้ ซึ่งสาหตุของภาวะเขียวส่วนปลาย ( Peripheral cyanosis ) เกิดเนื่องจาก

เครดิตฟรี

2.1 การที่บริเวณหรืออวัยวะดังกล่าวมีการสัมผัสกับสิ่งขอที่มีความเย็นจัด เช่น น้ำแข็ง หิมะ เป็นต้น หรือสัมผัสกับอากาศเย็นเป็นระยะเวลานาน

2.2 ภาวะบีบตัวของหลอดเลือดหรือการตีบของหลอดเลือด ( vasoconstriction ) เนื่องจากภาวะของกลไกในการชดเชย ( compensatory mechanism ) ในกรณีที่ปริมาตรเลือดส่งออกจากหัวใจต่อนาที ( cardiac output ) มีปริมาณลดลง

2.3 ภาวะที่เส้นเลือดมีการอุดตันของหลอดเลือดแดงจากการมีสิ่งแปลกปลอมไหลไปตามกระแสเลือดและเข้ามาอุดหลอดเลือด ( embolus )

2.4 ภาวะที่เส้นเลือดมีการบีบรัดตัว ( arteriolar constriction ) เช่น cold induce vasospaem หรือโรคเรเนาด์ทุติยภูมิ ( Raynaud’s phenomenon ) เป็นต้น

2.5 ภาวะที่เส้นเลือดดำเกิดการอุดตันจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การอักเสบของหลอดเลือดดำ ( Thrombophlebitis ) เป็นต้น

ภาวะตัวเขียว หมายถึง ภาวะความอิ่มตัวออกซิเจนของฮีโมโกลบิ่นในหลอดเลือดแดงต่ำ เป็นอาการที่เนื้อเยื่อเกิดภาวะขาดออกซิเจน จึงทำให้เนื้อเยื่อเกิดการเปลี่ยนหรือมีสีที่คล้ำลง

การประเมินอาการของผู้ป่วย
การประเมินอาการของผู้ป่วยเพื่อทำการวินิจฉัยถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเขียวสมารถทำได้ดังนี้

สล็อต

1.การสอบประวัติ โดยเฉพาะ Timming of the onset of cyanosis เช่น ให้ทำการซักประวัติว่าเกิดภาวะเขียวตั้งแต่แรกเกิดหรือไม่ เพราะว่าถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว สาเหตุของการเกิดภาวะเขียวที่เกิดขึ้นจะเกิดเนื่องจากโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ( Congenital heart disease ) เป็นต้น

2.ทำการวินิจฉัยเพื่อแยกชนิดของภาวะตัวเขียวแบบ Peripheral cyanosis และแบบ Central cyanosis ออกจากกัน โดยทำการวิเคราะห์หาสาเหตุจากพยาธิสภาพของระบบหายใจ หรือระบบไหลเวียนเลือด

3.ทำการตรวจร่างกาย ซึ่งมักจะเริ่มต้นด้วยการค้นหาภาวะนิ้วปุ้ม ( Clubbing of the fingers ) เพื่อช่วยในการวิเคราะห์และหาความสัมพันธ์กับโรค Congenital heart disease with right to left shunt หรือโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง ( pulmonary disease ) เช่น โรคฝีในปอด ( lung abscess ), การผ่าตัดทาเส้นเลือดล้างไตในปอด ( pulmonary arteriovenous fistulae ) เป็นต้น เพราะภาวะตัวเขียวแบบ Central cyanosis จะมีพบภาวะนิ้วปุ้ม ( Clubbing of the fingers ) แต่ที่ภาวะเขียวแบบ Peripheral cyanosis จะไม่สามารถพบภาวะนิ้วปุ้ม ( Clubbing of the fingers ) นั่นเอง

4.การตรวจเลือด เพื่อช่วยทำการวิเคราะห์และแยกภาวะ Methemoglobinemia และตรวจวัดค่าภาวะที่ระดับออกซิเจนในเลือดแดง ( PaO2 ) และความอิ่มตัวออกซิเจนของฮีโมโกลบิ่นในหลอดเลือดแดง ( Arterial oxygen saturation / SaO2 )

ภาวะเขียว ( Cyanosis ) หรือ ภาวะความอิ่มตัวออกซิเจนของฮีโมโกลบินในหลอดเลือดแดงต่ำ ( Arterial oxygen desaturation ) เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจำเป็นต้องได้รับการซักประวัติและทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทางในการวินิจฉัยและแยกภาวะเขียวที่เกิดขึ้นว่าเป็น

สล็อตออนไลน์

1.ภาวะเขียวแบบส่วนกลาง ( Central cyanosis ) ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

2.ภาวะเขียวแบบส่วนปลาย ( Peripheral cyanosis ) ที่มีความรุนแรงน้อยกว่าภาวะเขียวแบส่วนปลาย ซึ่งสามารถรักษาด้วยการนวดหรือการเพิ่มความอบอุ่นกับบริเวณดังกล่าว อาการเขียวก็จะหายไปได้เอง

การวิเคราะห์และตรวจร่างกายจะช่วยให้แพทย์สามารถทำการแยกประเภทและทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของภาวะเขียวที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากพยาธิสภาพทางระบบหายใจหรือความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งเมื่อทราบสาเหตุแล้วจึงจะสามารถออกแบบแนวทางการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมกับผู้ป่วยต่อไป ดังนั้นเมื่อมีภาวะเขียวเกิดขึ้นอย่างนิ่งนอนใจและปล่อยนาน ควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ในทันทีเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

อาการเขียวมีสาเหตุหลายอย่างซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเฉพาะที่จากการฟกช้ำ พรายย้ำ โรคผิวหนัง การตีบตันของหลอดเลือดเฉพาะที่ หรือจากสาเหตุอื่นๆ หรืออาการเขียวอาจจะเกิดขึ้นทั่วร่างกายจากการขาดออกซิเจนหรือขาดอากาศหายใจ โรคปอด โรคหัวใจ ได้รับสารพิษ หรือสาเหตุอื่นๆ

  1. เขียวเพราะขาดออกซิเจน (cyanosis) : เกิดจากฮีโมโกลบินอยู่ในสภาพที่ขาดออกซิเจนเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เม็ดเลือดแดงจะเปลี่ยนจากสีแดงสดเป็นสีแดงดำ หรือสีม่วง ซึ่งอาจพบได้ทั่วร่างกายหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง
  2. เขียวเพราะฟกช้ำ (bruise) : เมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายถูกกระทบกระแทกแรงๆ ส่วนนั้นอาจเกิดเป็นรอยฟกช้ำเห็นเป็นสีเขียวได้ เนื่องจากมีเลือดออกอยู่ใต้ผิวหนัง
  3. เขียวเพราะพรายย้ำ (purpura) : พรายย้ำ คือ การมีเลือดออกใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดจากเลือดแข็งตัวยาก เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไม่แข็งแรง เช่น ในคนชรา ในสตรีบางคนที่มักเป็นรอยจ้ำเขียวๆ ตามแขนขา เป็นต้น
  4. เขียวเพราะสาเหตุอื่นๆ เช่น ปาน โรคผิวหนังบางชนิด ภาวะถูกพิษ เป็นต้น

jumboslot

อาการตัวเขียว ( Cyanosis ) คือ อาการที่สามารถพบได้ในเวชปฏิบัติ เป็นอาการที่เนื้อเยื่อเกิดภาวะขาดออกซิเจน จึงทำให้เนื้อเยื่อเกิดการเปลี่ยนหรือมีสีที่คล้ำลง และเมื่อมีภาวะตัวเขียวเกิดขึ้นกับบริเวณเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้กับผิวหนังหรือเยื่อบุที่บริเวณช่องปาก เราจะสามารถสังเกตได้ว่าที่ส่วนของลำตัว ริมฝีปาก มือ เท้า เล็บจะมีการเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ

โดยผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอาการจะมีทั้งที่เป็นแบบอาการเรื่อรังหรือแบบอาการเฉียบพลันที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบเร่งด่วน ดังนั้นเพื่อการรักษาที่การวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องแล้ว ต้องทำการซักประวัติหรือทำการตรวจร่างกาย เพราะการซักประวัติและการตรวจร่างกายจะสามารถช่วยให้แพทย์ทำการวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งระบุแนวทางรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมกับผู้ป่วยภาวะตัวเขียวที่เข้ามารักษาได้

โรคหัวใจที่พบในเด็กแตกต่างจากโรคหัวใจในผู้ใหญ่ที่มักเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือโรคหัวใจจากโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือดหรือโรคหัวใจจากโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจที่พบในเด็กมักเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และบางชนิดอาจเกิดขึ้นในวัยเด็ก

slot

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหัวใจชนิดนี้พบได้บ่อยที่สุดในเด็ก โดยพบประมาณ 8-10 คนต่อทารกแรกเกิดมีชีวิต 1,000 คน อาการของโรคหัวใจอาจพบได้ตั้งแต่หลังคลอด แต่บางรายอาจพบเมื่ออายุ 3-4 ขวบ หรือเมื่อเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกับชนิดและความรุนแรงของโรคหัวใจ ประมาณร้อยละ 90 ของโรคหัวใจชนิดนี้ไม่ทราบสาเหตุ บางรายมีสาเหตุเนื่องจากมารดาติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันรับประทานยาบางชนิด ดื่มเหล้า หรือได้รับรังสีในขณะตั้งครรภ์ มารดาสูงอายุ เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคทางพันธุกรรม
อาการของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มิได้แตกต่างกัน อาจมีอาการรุนแรงตั้งแต่แรกเกิดหรืออายุยังน้อย แต่บางรายอาจไม่มีอาการแสดงของโรคหัวใจเลย อาการที่พบบ่อยได้แก่ หายใจหอบแรงและเร็วเหนื่อยในขณะดูดนมและต้องหยุดเป็นพักๆ ตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน และน้ำหนักขึ้นช้า เป็นปอดบวมบ่อยๆ และมีอาการรุนแรงหรือหายช้ากว่าปกติ มีอาการเขียวขณะออกแรง หรือร้อง เหนื่อยง่ายขณะออกแรง เป็นลมหมดสติ เป็นอัมพาต ตรวจได้ เสียงฟู่หัวใจจากการตรวจร่างกายหรือหัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ
โรคหัวใจรูห์มาติก โรคหัวใจชนิดนี้เกิดขึ้นตามหลังไข้รูห์มาติกที่เกิดจากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส ที่เป็นสาเหตุของคออักเสบและต่อมทอนซิลอักเสบ มักเกิดในเด็กโตที่มีอายุระหว่าง 5-15 ปี อาการของโรคได้แก่ ไข้ ปวดบวมตามข้อใหญ่ๆ มีผื่นแดงที่ผิวหนัง มีตุ่มแข็งที่ชั้นใต้ผิวหนัง อาจมีอาการทางสมองและหัวใจอักเสบร่วมด้วย โรคนี้เมื่อเป็นแล้วมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีกและในรายที่มีหัวใจอักเสบร่วมด้วยจะมีความรุนแรงมากขึ้น มีโอกาสเกิดความพิการของลิ้นหัวใจแบบถาวรได้ จึงควรป้องกันการเกิดซ้ำโดยการรับยาปฏิชีวนะอย่างสม่ำเสมอ
การดูแลเด็กที่มีอาการหรือมีอาการน้อย ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาใดๆ บิดามารดาควรให้การเลี้ยงดูเหมือนเด็กปกติทั่วไป ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การเรียน เมื่อพาเด็กไปทำฟันหรือผ่าตัดจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเด็กเป็นโรคหัวใจเพื่อให้ยาปฏิชีวนะ ป้องกันการเกิดการอักเสบของลิ้นและผนังหัวใจก่อนทำการหัตถการ ควรพาเด็กมาพบแพทย์โรคหัวใจอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากโรคหัวใจบางชนิดอาจมีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น หรืออาจมีภาวะแทรกซ้อนบางชนิดเกิดขึ้น
เด็กที่มีอาการแสดงโรคหัวใจ หรืออาการของภาวะหัวใจล้มเหลว เด็กเหล่านี้จะมีอาการเหนื่อย หายใจเร็ว และมักได้รับยาที่ทำให้หัวใจบีบตัวดีขึ้น ยาขับปัสสาวะหรือขยายหลอดเลือดรับประทานอย่างต่อเนื่อง เด็กสามารถรับประทานอาหารเช่นเดียวกันกับที่ผู้ปกครองรับประทานตามปกติได้ ควรหลีกเลี่ยงการใส่น้ำปลาหรือเกลือลงในอาหาร หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในที่แออัดให้เด็กได้รับยาอย่างสม่ำเสมอและในขนาดที่ถูกต้อง เด็กที่สามารถควบคุมอาการได้ดีจะมีการเจริญเติบโตและไปโรงเรียนได้เหมือนเด็กปกติ แต่มีบางรายที่อาจต้องผ่าตัดรักษาความผิดปกติ
เด็กที่อาการตัวเขียว บางคนอาจมีการเขียวกะทันหัน โดยมีอาการเขียวคล้ำมากกว่าปกติร่วมกับมีอาการหายใจหอบลึก ในกรณีที่เป็นรุนแรงอาจมีอาการตัวเกร็ง เป็นลมหมดสติได้ อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นตอนเช้า มีภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก มีไข้ ร้องนานๆ หรือออกกำลังกายจนเหนื่อยมาก จึงควรระวังอย่าให้เด็กขาดน้ำ ให้รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมากๆ เมื่อเด็กมีอาการนี้ ให้จับเด็กนั่งยองๆ หรืออุ้มพาดบ่าเอาเข่าชิดหน้าอก ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพบแพทย์และให้ยาลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post การป้องกันอาการตัวเขียว
Next post อาการเจ็บหน้าอก