0 0
Read Time:7 Minute, 32 Second

อาการหายใจลำบาก ( Dyspnea ) หายใจติดขัด หรือหายใจไม่ออก เป็นเสมือนสัญญาณเตือนว่าภายในร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้น อาการหายใจลำบากเป็นอาการที่สร้างผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วย และปัจจุบันอาการอาการหายใจลำบากยังเป็นอาการที่ช่วยบ่งชี้ในการประเมินและติดตามผลของการรักษาผู้ป่วยในกลุ่มโรคของระบบหายใจและภาวะหัวใจวาย อาการหายใจลำบากมีพยาธิกําเนิดที่ซับซ้อน จึงต้องทำการความเข้าใจเกี่ยวข้องกับกลไกของการเกิดอาการ เพื่อค้นหาถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการขึ้น ซึ่งสามารถค้นหาสาเหตุด้วยการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น

เครดิตฟรี

อาการหายใจลำบาก คือ อาการที่ผู้ป่วยรู้สึกถึงหายใจลำบาก ซึ่งความลำบากในการหายใจจะมีลักษณะจำเพาะและระดับความรุนแรงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อาการหายใจลำบากไม่จัดว่าเป็นโรค แต่จัดเป็นอาการที่แสดงถึงภาวะของโรคที่อยู่ภายในร่างกายของผู้ป่วยเสีย ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบหัวใจ ปอดที่เกิดความผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยจะมีบอกอาการต่างกันไป เช่น หายใจไม่พอ หายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด หายใจแน่น เหนื่อย หอบ หิวอากาศ เป็นต้น

อาการหายใจลำบาก มีความสัมพันธ์กับระบบประสาทรับความรู้สึก ( afferent sensory pathway ) ซึ่งมีหน่วยรับความรู้สึก ( sensory receptor ) ที่ถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า ( stimuli ) แล้วส่งสัญญาญไปยังสมองและหัวใจ ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนจะรับสัญญาณความรู้สึก (sensory input) ที่แตกต่างกันไป ทำให้ลักษณะและระดับความรุนแรง ( severity ) ของอาการต่างกันไป

นอกจากนี้การแปรสัญญาณของสมองยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดำรงชีวิต อารมณ์ สภาพแวดล้อม พื้นฐานวัฒนธรรมความเชื่อของผู้ป่วย และบางครั้งผู้ป่วยจะมีอาการแสดง ( signs ) ที่เกี่ยวข้องกับ อาการหายใจลำบากข้างต้น เช่น อาการหายใจเร็ว ( tachypnea ) การใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจ ( accessory muscle ) หรือการยุบบุ๋มของกล้ามเนื้อระหว่างซี่โครง ( intercostal retraction )

ลักษณะของอาการ ( Quglity of Dyspnea )
อาการหายใจลำบาก หรือหายใจไม่อิ่ม ( shortness of breath ) เป็นกลุ่มอาการที่ทำการประเมินได้ยาก เพราะบางครั้งผู้ป่วยอาจรู้สึกเพียงแค่หายใจลำบากขึ้นแต่ก็ยังสามารถทำการหายใจคล้ายกับปกติ ไม่ต้องใช้ความพยายามในการหายใจ แต่เมื่อให้ผู้ป่วยทำการอธิบายอาการ Dyspnea อย่างละเอียดแล้ว สามารถทำการแบ่งลักษณะของอาการ ( quality of Dyspnea ) ออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่

สล็อต

1) ผู้ป่วยรู้สึกต้องออกแรงในการหายใจ ( work of breathing ) มากขึ้น

2) ผู้ป่วยรู้สึกหายใจไม่ออก ( suffocation ) หรือต้องการอากาศ ( air hunger ) เพิ่มขึ้นอีก

3) ผู้ป่วยรู้สึกแน่นหน้าอก ( chest tightness ) ซึ่งกลไกการเกิดอาการหายใจไม่ออก มีดังนี้
3.1 ผู้ป่วยรู้สึกต้องออกแรงมากเพื่อที่ทำการหายใจ ( increased respiratory work or effort ) สำหรับคนปกติที่ออกกำลังกายสมองจะรับรู้ว่ากล้ามเนื้อมีการทำงานมากขึ้น เช่น กล้ามเนื้อที่ทรวงอก กล้ามเนื้อที่แขนขา กล้ามเนื้อแขน เป็นต้น ซึ่งร่างกายไกลสรีรวิทยาที่ทำให้ค่าปริมาตรการระบายอากาศอากาศที่อยู่ในถุงลม ( alveolar ventilation ) เปลี่ยนไปตามความต้องการของอัตราการเมตตาบอลิก ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกว่าต้องหายใจเพิ่มขึ้น ( work/effort ) ร่างกายจึงมีการตั้งค่า parameter การหายใจเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายให้เหมาะสมกับปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายต้องการ ซึ่งจะพบในผู้ป่วยโรคหืดหอบ ( Asthma ), โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง ( COPD ) และผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อเกี่ยวกับระบบหายใจ
3.2 ความรู้สึกอึดอัด ( tightness ) คือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการหดตัวของหลอดลม ( bronchocontriction ) เช่น ผู้ป่วยโรคหืดที่รู้สึกออกแรงในการหายใจเพิ่มขึ้น ( respiratory work / effort )
3.3 ความรู้สึกหิวอากาศ ( air hunger ) หรือหายใจไม่พอ ( unsatisfied inspiration ) ที่เกิดขึ้นเมื่อสมองแปลผลว่า breathing drive ว่าไม่พอเพียงกับ pulmonary ventilation สำหรับคนปกติสามารถควคุมอาการนี้ได้ แต่ถ้าออกกำลังกายหนักจนเกินความสามารถปกติของระบบการหายใจของร่างกาย ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiopulmonary disease) หรือโรคกล้ามเนื้อร่วมประสาท ( neuromuscular disease ) ที่สามารถอธิบายได้จาก neuroventilatory dissociation หรือ afferent mismatch โดยความรู้สึก air hunger ไม่มีความจำเพาะกับโรค ผู้ป่วยจะหายใจเข้าลำบากมากกว่าหายใจออก มักในผู้ป่วยโรคหลอดเลือด ( vascularproblem ) เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว ความดันเลือดในปอดสูง (pulmonary vascular receptors ( j-receptor ) เป็นต้น

การประเมินผู้ป่วยที่มาด้วย อาการหายใจลำบาก
การประเมิน อาการหายใจลำบากควรประเมินร่วมกับกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการ เพราะผู้ป่วยที่ถูกจำกัดเรื่องการออกแรงอาจไม่มีอาการ dypnea จึงไม่จำเป็นต้องหาสาเหตุ แต่ผู้ป่วยที่สามารถออกแรงได้ตามปกติ จะมีอาการ Dyspnea เกิดขึ้นได้เร็ว เช่น นักวิ่งมาราธอนที่มีอาการหายใจไม่อิ่มหลังจากวิ่งได้ 10 กิโลเมตร อาจมาพบแพทย์ก่อนผู้สูงอายุที่เดิน 1 เมตรแล้วรู้สึกเหนื่อยเป็นต้น
อาการประเมินอาการ Dyspnea ต้องทำการแยกอาการอย่างอื่นที่แสดงออกมา ว่าเป็นอาการหายใจลำบากหรือเป็นอาการอย่างอื่น ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ดังนี้

สล็อตออนไลน์

1.Tachypnea ( หายใจเร็ว ) คือ การที่มีอัตราการหายใจมากกว่าภาวะปกติ ( ปกติ 12-20 ครั้งต่อ / นาที ) ซึ่งอาจเกิด Dyspnea ร่วมด้วย แต่การเกิด Dyspnea บางครั้งไม่พบ tachypnea
Hyperventilation ( ภาวะระบายลมหายใจเกิน ) คือ การที่ร่างกายมีการหายใจมากเกินความต้องการเพื่อกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย ทำให้ค่า PaCO2 ต่ำกว่าปกติ

  1. Fatigue ( อ่อนเพลีย ) คือ ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เป็นอาการที่เกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อหรือโรคไม่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินหายใจได้

กลุ่มอาการหายใจลำบาก
1.หอบในท่านอนราบ ( Orthopnea ) คือ อาการหายใจลำบากขณะนอนราบ ประเมินความรุนแรงโดยการซักประวัติว่านอนหนุนหมอนกี่ใบ นอนหัวสูงขึ้นกี่องศาจึงบรรเทาอาการหายใจลำบากได้ สาเหตุของ orthopnea คือ การเพิ่มขึ้นของ venous return และ central intravascular volume ขณะที่นอนราบ พบในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มที่มีการเพิ่มขึ้นของ lefl atrial และ left ventricular filling volume ซึ่งในขณะนอนราบ หัวใจไม่สามารถทนต่อปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ pulmonary interstitial หรือ alveolar edema ตามมา อย่างไรก็ตาม orthopnea สามารถพบได้โรคอื่น เช่น bilateral diaphragmatic weakness เนื่องจากความดันในช่องท้องสูงในขณะนอนราบหรือผู้ป่วยที่มีเสมหะปริมาณมาก หรือผู้ป่วยมี large anterior mediastinal mass ที่ก้อนกดลงบน mediastinum ทำให้รู้สึกหายใจลำบาก เป็นต้น

2.อาการเหนื่อยฉับพลันขณะหลับ ( Paroxysmal nocturnal Dyspnea หรือ PND ) คือ การสะดุ้งตื่นกระทันหันในขณะนอนหลับ เนื่องจากหายใจลำบากหรือรู้สึกเหนื่อย หลังจากหลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง สาเหตุเพราะมีการเพิ่มขึ้นของ venous return และ central intravascluar volume ในขณะนอนราบเหมือน orthopnea แต่เกิดอย่างช้าจึงจะแสดงอาการออกมา

3.ความรู้สึกหายใจลำบากเมื่อนั่ง ( Platypnea ) คือ อาการหายใจลำบาก ( Dyspnea ) ขณะนั่งหรือยืน ต้องนอนราบจะช่วยบรรเทาอาการหายใจลำบากได้ มักพบร่วมกับ orthodeoxia ( hypoxemia ขนาดตั้งตรง ) ในโรค hepatopulmonary syndrome

jumboslot

4.ความรู้สึกหายใจลำบากเมื่อนอนตะแคง ( Trepopnea ) คือ การหายใจลำบากขนาดนอนตะแคงพบในโรคทางเดินหายใจที่มีพยาธิสภาพช่องอกสองข้างไม่เท่ากัน การตะแคงเอาปอดด้านที่ดีกว่าตรงด้านล่าง ( goof lung down ) ทำให้อาการหายใจลำบากดีขึ้น เนื่องจาก perfusion จับไปยังปลอดมากกว่า ยกเว้นภาวะ massive pleural effusion การตะแคงเอาด้านที่มีพยาธิสภาพตรงด้านล่างอาการจะดีกว่าเนื่องจากภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด ( pleural effusion ) จะไม่กดเบียดอวัยวะคั่นระหว่างปอด ( mediastinum )

อาการหายใจลำบาก ( DYSPNEA ) อาการที่ผู้ป่วยรู้สึกถึงหายใจลำบาก หายใจติดขัด หรือหายใจไม่ออก เป็นเสมือนสัญญาณเตือนว่าภายในร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้น

การซักประวัติ
การซักประวัติควรเลือกประเด็นที่เหมาะสมจึงจะหาสาเหตุได้ โดยการให้ผู้ป่วยทำการบรรยายออกคร่าวๆ ถึงกลไกลการเกิดอาการ โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยกลับสู่สภาวะปกติแล้ว เช่น

หายใจแล้วรู้สึกแน่น ( tighness ) มีความจำเพาะกับภาวะหลอดลมตีบ ( bronchoconstriction )
หายใจแล้วรู้สึกหิวอากาศ ( air hunger ) หรือหายใจไม่พอ ( unsatisfied inspiration ) แสดงว่ามีการหายใจ ( respiratory drive ) เพิ่ม แต่ปริมาณลม ( tidal volume ) ไม่เพิ่มเพียงพอกับความต้องการ พบในภาวะที่มีปริมาตรของปอดใหญ่ ( hyperinflation ) หรือมี restriction ของโครงสร้างของระบบหายใจ เช่น pulmonary fibrosis heart failure ซึ่งเนื้อปอดจะมีขอบเขต ( compliance ) น้อยลงและมีน้ำเข้ามาแทรกใน interstitium / alveoli เป็นต้น
ข้อมูลที่ต้องทำการซักถาม มีดังนี้
1.จุดเริ่มต้นของอาการ
2.ระดับความรุนแรง
3.ช่วงเวลาที่เกิดอาการ
4.อาการอื่นๆ ที่เกิดร่วมด้วย
5.ปัจจัยที่ทำให้อาการเป็นมากขึ้นหรือน้อยลง

slot

6.โรคประจำตัว เนื่องจากสาเหตุหลัก คือ ปัญหาระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการซักประวัติที่เกี่ยวข้องกับระบบดังกล่าว กรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวบางอย่างอาจเป็นไปได้ว่า อาการที่เกิดขึ้นมีความสัมพันธ์กับโรคนั้น เนื่องจากอาการกำเริบหรือเป็นซ้ำ เช่น ผู้ป่วย COPD อาการหอบเหนื่อยเฉียบพลันที่อากากำเริบ เป็นต้น
7.อาการจำเพาะเจาะจงอื่น เช่น อาการเท้าบวม paroxysmal nocturnal Dyspnea ( PND ) orthopnea อาการจุกแน่นอก ( angina ) และอาการใจสั่น ( palpitation ) ที่บ่งชี้ความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด ประวัติเรื่องไอ เสียงหายใจเสียงหวีด ( wheezing ) การสูบบุหรี่หรือการติดเชื้อในทางเดินหายใจตอนบน ที่บอกถึงความผิดปกติของระบบการหายใจเป็นต้น
8.อาชีพ สภาพแวดล้อมของที่ทำงานหรือที่อยู่อาศัย สามารถช่วยให้ประเมินถึงโรคที่น่าจะเกี่ยวข้อง เช่น silicosis, asbestosis เป็นต้น
9.ประวัติการเจ็บป่วย เช่น เคยเป็นหลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน ( deep vein thrombosis ) แสดงว่าอาการหายใจลำบากเกิดจาก pulmonary thromboembolism หรือ pulmonary hypertension เคยเป็นโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด อาจเกิดจาก malignant pleural effusion ถ้ามีประวัติฉายรังสีที่บริเวณทรวงอกหรือได้รับยาเคมีบำบัด เช่น busulfan อาจเกิดจากเกิด pulmonary fibrosis
10.อาการอื่น ๆ เช่น ไข้ หนาวสั่น night sweat น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อาการเจ็บหน้าอกตามการหายใจ ( pleurtsy ) อาการกรดไหลย้อน อาการข้างเคียงของยาในกลุ่ม methemoglobin hemolytic anemia ( penicillin quinidine ) acute / chronic fibrosis ( amiodarone nitrofurantoin ) และ aspirin ผู้ป่วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ( acute coronary syndrome หรือ ACS )

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post ไขข้อข้องใจกับโรคเพมฟิกัสและเพมฟิกอยด์
Next post การตรวจร่างกายเวลาหายใจลำบาก