โรคหลอดลมฝอยอักเสบเป็นอย่างไร

0 0
Read Time:5 Minute, 2 Second

หลอดลมฝอยอักเสบ ( Bronchiolitis ) เป็น การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างทำให้เกิดหลอดลมบวมและอักเสบ เมือกจะสะสมในทางเดินหายใจทำให้หลอดลมอุดต้น และเลือดคั่งในหลอดลมขนาดเล็กของปอด ซึ่งทำให้อากาศไหลเข้าและออกจากปอดได้ยากหลอดลมฝอยอักเสบที่พบบ่อยในทารกอายุ 3-6 เดือน และเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี หลอดลมฝอยอักเสบมักเกิดจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี Respiratory syncytial virus ( RSV ) ซึ่งสามารถแพร่กระจายไปที่หลอดลมฝอย ทำให้เยื่อบุผิวอักเสบ บวม และหลั่งเสมหะออกมากทำให้เสมหะไปอุดกั้นการหายใจเชื้อไวรัสชนิดนี้แพร่กระจายได้ง่ายผ่านละอองในอากาศเมื่อมีผู้ติดเชื้อไอ จาม หรือพูดคุยระยะฟักตัวของเชื้ออาร์เอสวี ประมาณ 2-5 วัน โดยปกติช่วงเวลาที่หลอดลมฝอยอักเสบคือช่วงฤดูหนาว และแต่ละคนสามารถติดเชื้อไวรัส RSV ซ้ำได้เนื่องจากการติดเชื้อก่อนหน้านี้ไม่ก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน

เครดิตฟรี

อาการหลอดลมฝอยอักเสบ
เมื่ออาการของหลอดลมฝอยอักเสบเกิดขึ้นครั้งแรกมักจะคล้ายกับโรคไข้หวัด แต่ในบางครั้งอาการของหลอดลมฝอยอักเสบอาจเป็นอยู่ได้หลายวันหรือเป็นสัปดาห์
มีอาการดังนี้

น้ำมูกไหล
คัดจมูก
อุณหภูมิร่างกายสูง ( มีไข้ ) 38-39 องศาเซลเซียส หรือบางคนก็ไม่มีไข้
เบื่ออาหาร หรือทารกกลืนอาหารลำบาก
มีอาการไอแห้งเป็นประจำ เป็นสัญญาณแรกของการติดเชื้อ
หายใจถี่หรือมีเสียงดัง ( หายใจไม่ออก )
ผิวเป็นสีน้ำเงินจากการขาดออกซิเจน
เสียงแตกหรือรัวที่ได้ยินในปอด
ความเหนื่อยล้า
ซี่โครงที่จมลงระหว่างพยายามหายใจเข้า ( ในเด็ก )
จมูกวูบวาบ ( ในเด็กทารก )
มีสารคัดหลั่งออกมามาก ( น้ำมูก )
หลอดลมหดเกร็งรุนแรง
ทารกกินนม หรือน้ำน้อยลง
ทารกร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตา
ปัสสาวะน้อยลง
ปากแห้ง
อาเจียน
ปัจจัยเสี่ยงของหลอดลมฝอยอักเสบ
ปัจจัยที่ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของหลอดลมฝอยอักเสบในทารกและในกรณีที่รุนแรงมากขึ้น ได้แก่

สล็อต

ทารกคลอดก่อนกำหนด
เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอด
การสัมผัสกับควันบุหรี่
ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ทารกที่ไม่เคยกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด (ทารกที่กินนมแม่จะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่)
เด็กที่ติดเชื้อไวรัสจากเด็กคนอื่นๆ ในโรงเรียน หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก
ทารก หรือเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัด
ทารก หรือเด็กเล็กมีพี่น้อยที่เข้าโรงเรียนหรืออยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก นำเชื้อกลับมาติดทารกหรือเด็กในบ้าน
การวินิจฉันโรคหลอดลมฝอยอักเสบ
แพทย์มักจะเริ่มด้วยการซักประวัติพ่อแม่เกี่ยวกับอาการของทารก หรือเด็ก
แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเบื้อต้น เพื่อประเมินว่าทารกหรือเด็กเป็นโรคหลอดลมฝอยอักเสบหรือไม่
แพทย์จะทำการเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อหาสัญญาณของโรคปอดบวม
แพทย์อาจจำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อตรวจนับเม็ดเลือดขาวเพื่อหาสัญญาณของการติดเชื้อ
แพทย์ใช้ไม้ปั่นเอาสารคัดหลั่งทางจมูก (น้ำมูก) เพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการหาไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ
การรักษาโรคหลอดลมฝอยอักเสบ
ลอดลมฝอยอักเสบส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงหากไม่มีอาการแทรกซ้อน จึงไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลแต่ให้รักษามุ่งเน้นไปในการบรรเทาอาการ ดังนั้น ทารกหรือเด็กเล็กที่เป็นโรคหลอดลมฝอยอักเสบต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และรักษาอาการน้ำมูก เสมหะ อาการไอ คัดจมูกตามอาการที่เป็นอยู่โดยแพทย์ระบุว่าการใช้ยาปฏิชีวนะไม่สามารถช่วยได้เนื่องจากไวรัสทำให้หลอดลมฝอยอักเสบ ยาปฏิชีวนะใช้ได้ผลกับการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น

สล็อตออนไลน์

ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือบ่อย ๆ
พักผ่อนให้เพียงพอ
มื่อทารก หรือเด็กตัวร้อนหรือมีไข้ ควรใช้ยาพาราเซตามอลชนิดดรอป 80 มก./0.8 ซีซี
หรือ 60 มก./0.6 ซีซี เนื่องจากใช้ปริมาณยาไม่มากเหมาะสำหรับทารกและเด็กเล็ก
การเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น จะทำให้อุณหภูมิที่ร่างกายต่ำลง
ภาวะแทรกซ้อนของหลอดลมฝอยอักเสบ
ริมฝีปากเป็นสีม่วง หรือตัวเขียว เกิดจากการขาดออกซีเจน
หยุดหายใจชั่วคราว ซึ่งมักเกิดในทารกที่คลอดก่อนกำหนดภายใน 2 เดือนแรก
ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ
ภาวะหายใจล้มเหลว
การป้องกันหลอดลมฝอยอักเสบ
แม้การป้องกันโรคนี้จะเป็นไปได้ยาก แต่มีวิธีที่สามารถลดการแพร่กระจายในการติดเชื้อของไวรัส

jumboslot

พ่อแม่ และผู้เลี้ยงดูทารกหรือเด็กเล็ก ควรล้างมือให้สะอาด
ควรทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ของใช้ทารกให้สะอาด
หลี่กเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรืออยู่ในสถานที่ที่มีการสูบบุหรี่
หากพ่อแม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติของทารก หรือเด็กเล็กเริ่มมีอาการคล้ายโรคหวัด เป็นไข้สูง ไม่กินนม หายใจเร็ว แนะนำให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเนื่องจากทารก เด็กเล็กมีโอกาสเป็นโรคหลอดลมฝอยอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) อาจเป็นซ้ำมากกว่า 2 ครั้ง ยิ่งปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การรักษา
เมื่อเด็กเล็กหายใจหอบหลังเป็นไข้หวัด หากไม่แน่ใจควรส่งให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการและทดสอบเพื่อพิสูจน์เชื้อต้นเหตุด้วยการเอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ทดสอบทางน้ำเหลือง เป็นต้น

รักษาโดยให้ยาลดไข้ ให้ออกซิเจน น้ำเกลือ ใช้เครื่องดูดเสมหะ ใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้ยาขยายหลอดลม ในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนหรือหูชั้นกลางอักเสบร่วมด้วยจึงจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
ส่วนใหญ่จะหายจากโรคนี้ได้ใน 7-10 วัน มีอัตราการตายประมาณร้อยละ 2 ที่เป็นรุนแรงและเสียชีวิต ซึ่งพบมากในทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน

ข้อแนะนำ

  1. เด็กเล็กจะมีอาการของโรคนี้คล้ายโรคหืด ปอดอักเสบ การสำลักสิ่งแปลกปลอม ควรซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดหากพบเด็กหายใจหอบ และนำส่งโรงพยาบาล
  2. เด็กที่เป็นโรคนี้มากกว่า 2 ครั้ง มีโอกาสเป็นโรคหืดในภายหลัง จึงควรติดตามอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด
  3. เด็กเล็กที่เป็นไข้หวัด หากพบว่ามีอัตราการหายใจเร็วกว่าปกติควรสงสัยว่าเป็นหลอดลมฝอยอักเสบ ครู้ป ปอดอักเสบ หรือภาวะร้ายแรงอื่นๆ

slot

อาการ
อาการเหมือนไข้หวัด อีกประมาณ 2-5 วันต่อมาอาการจะรุนแรง หายใจหอบ มีเสียงวี้ด ซึม กระสับกระส่าย เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาเจียนหลังการไอ มีไข้ต่ำๆ หรือไม่มีก็ได้ มีอาการปากเขียวในรายที่หอบมากๆ

สิ่งตรวจพบ
มีไข้ 38-39 องศาเซลเซียส หรือไม่มีก็ได้
รายที่เป็นรุนแรงจะหายใจเร็วมากกว่า 50-60 ครั้ง/นาที ชีพจรเต้นเร็ว ซี่โครงและลิ้นปี่บุ๋ม ปากเขียว พบภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาลึก กระหม่อมบุ๋ม ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เคาะปอดมีเสียงโปร่ง ฟังปอดได้ยินเสียงวี้ดกระจายทั่วไป เสียงหายใจออกยาวกว่าปกติ และอาจมีเสียงกรอบแกรบ อาจพบหูชั้นกลางอักเสบร่วมด้วยในบางราย

ภาวะแทรกซ้อน
อาจมีภาวะขาดน้ำ ปอดอักเสบประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วย ภาวะปอดแฟบจากการอุดกั้นของหลอดลม

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อจากคนสู่คน
Next post การรักษาโรคลิชมาเนีย