การดูแลผู้ป่วยเบาหวานรายบุคคลในชุมชน

0 0
Read Time:9 Minute, 59 Second

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นโรงพยาบาลที่มีหน้าที่และขอบเขตในการดูแลผู้ป่วยในระดับบุคคล ครอบครัวและสังคม โดยจะเน้นการดูแลในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล การควบคุมและป้องกันโรค รวมถึงการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายเป็นหลัก ซึ่งทั้งนี้ก็จะมีจุดมุ่งเน้นอยู่สองประการด้วยกัน ได้แก่ การดำเนินการเชิงรุก เพื่อให้ ประชาชนสามารถจัดการกับปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้ และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยจะทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและทำการรักษาผู้ป่วยในทันที รวมถึงมีการส่งต่อผู้ป่วยได้ตลอดเวลาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการเข้าถึงในด้านการรักษาอย่างรวดเร็วนั่นเอง นอกจากนี้ก็อาจมีบริการแพทย์ฉุกเฉินและการพยาบาลผู้ป่วยก่อนที่จะส่งต่อด้วย และสำหรับประการสุดท้ายที่จะต้องให้ความใส่ใจ ก็คือการมีความเชื่อมโยงและมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการดูแล ผู้ป่วยเบาหวาน อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

เครดิตฟรี

ในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนเป็นอย่างมาก จึงมีนโยบายที่จะจัดการกับอาการของโรคเรื้อรัง มุ่งเน้นให้มีการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงมากถึงร้อยละ 80-90 พร้อมทั้งจัดให้มีการให้คำปรึกษาและแนะนำสำหรับผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นอีกด้วย โดยทั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วพบว่าการดูแลผู้ป่วยยังไม่ค่อยครอบคลุมมากนัก ทำให้ผู้ป่วยแต่ละบุคคลขาดการปรับพฤติกรรมของตัวเองอย่างต่อเนื่อง และได้รับการเข้าถึงการบริการของสถานพยาบาลเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งกลุ่มคนที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยแต่ไม่ได้รับการรักษา ก็ยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว

ล่าสุด แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ 10 และกรอบยุทธศาสตร์งานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคระดับชาติปี พ.ศ.2554- พ.ศ.2558 ก็ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ให้มีความสอดคล้องกับการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงมากที่สุด โดยเน้นให้มีการส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของตนเองและคนในครอบครัว ตลอดจนชุมชน สังคมมากขึ้น ทั้งยังมีการพัฒนาระบบและเครื่องมือให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ ให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด รวมถึงให้ความใส่ใจในเรื่องของการจัดการ ข้อมูลสารสนเทศ การสื่อสารและงบประมาณบุคลากรเช่นกัน

สำหรับกรอบแนวทางในการจัดบริการดูแลและรักษาโรคเรื้อรังใน รพ.สต. ก็ไม่ใช่แค่การตรวจเลือดและการจ่ายยาเท่านั้น แต่ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถประเมินอาการเจ็บป่วยและปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย นั่นก็เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถที่จะจัดการกับปัญหาสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสมและมีความยั่งยืนที่สุด โดยองค์ประกอบของระบบบริการสุขภาพ ที่สำคัญก็มีทั้งหมด 6 ส่วนดังนี้

องค์ประกอบของระบบบริการสุขภาพ 6 ส่วน

  1. การออกแบบระบบการให้บริการ พร้อมปรับโครงสร้างการบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการสร้างทีมงานที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังได้อย่างชัดเจนที่สุด
  2. สนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ เพราะโรคเรื้อรังนั้น ผู้ที่จะทำหน้าที่ในการดูแลได้ดีที่สุด ก็คือตัวของผู้ป่วยเองนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องมีการให้คำแนะนำและความรู้ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนำไปใช้และปฏิบัติได้ ซึ่งก็จะเน้นในการให้ผู้ป่วยจัดการกับสุขภาพของตนเองในด้านของการออกกำลังกาย การชั่งน้ำหนัก การควบคุมอาหาร การใช้ยา การตรวจติดตามตนเองและการตรวจวัดน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

สล็อต

  1. มีการจัดโครงสร้างการทำงานของ รพ.สต. ใหม่ เพื่อให้มีโครงสร้างในการบริหารจัดการที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมกับสร้างความเชื่อมโยง สัมพันธ์กันระหว่าง รพ.สต. กับผู้ป่วย ผู้ประกันสุขภาพและหน่วยบริการสุขภาพอื่นๆ อีกมากมายเช่นกัน
  2. เน้นในด้านการสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีความชัดเจนที่สุด รวมถึงมีการผสมการดูแลโรคเรื้อรังและกระบวนการดูแลผู้ป่วยประจำวันในรูปของการย้ำเตือนหรือการกระตุ้นเข้าไปด้วย
  3. ทำการเชื่อมโยงเพื่อเสริมพลังชุมชน ( Community Empowerment ) ให้เกิดการพัฒนาและดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเรื้อรังมากขึ้น
  4. การจัดการข้อมูลทางคลินิก ( Clinical Information System ) เพื่อให้มีการบันทึกการเปลี่ยนแปลงสุขภาพของผู้ป่วยอยู่เสมอ รวมถึงบันทึกเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อใช้ในการประกอบการพิจารณาวางแผนดูแลผู้ป่วยเช่นกัน

สถานการณ์การจัดการผู้ป่วยเบาหวานรายกรณีและความดันโลหิตสูงในชุมชน
จากรายงานการสัมภาษณ์และจากการสนทนากับกลุ่มเจ้าหน้าที่พยาบาลในรายละเอียดที่ลงลึกกว่าปกติ เกี่ยวกับปฏิบัติงานในสถานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ เกี่ยวกับการจัดบริการดูแลผู้ป่วยเบาหวานเรื้อรังและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง พบว่าในรพ.สต. หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในนาม “ อนามัย ” โดยรัฐบาลได้ระบุผู้ที่จะต้องให้การบริการ ด้านสุขภาพแก่ประชาชนใน รพ.สต. คือ หัวหน้าสถานีอนามัย นักวิชาการสาธารณสุข พยาบาลวิชาชีพ เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น แต่ละ รพ.สต. กลับมีบุคลากรแค่เพียง 3-4 คนเท่านั้น และที่ขาดแคลนเป็นอย่างมากก็คือ พยาบาลวิชาชีพ หาก รพ.สต.ไหนมีพยาบาลประจำอยู่ ก็จะเป็นแค่พยาบาลเทคนิคที่มาฝึกงาน ทั้งที่ตามบทบาทและหน้าที่ของพยาบาลที่ปฏิบัติงานใน รพ.สต. จะต้องปฏิบัติหน้าที่ 3 ลักษณะ คือ งานฟื้นฟูสภาพ การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการบริการสุขภาพ และในทางปฏิบัติพยาบาลจะต้องทำหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขในการให้บริการการตรวจรักษาทั้งผู้ป่วยเรื้อรังและผู้ป่วยปัญหาสุขภาพทั่วไป

การให้บริการที่ชุมชน
การให้บริการที่ชุมชน : โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

สล็อตออนไลน์

  1. ปัญหาปัจจุบัน

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต. ) จำนวนร้อยละ 50 ของทั้งหมด มีพยาบาลประจำในการปฏฺบัติงานเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะต้องทำหน้าที่ดูแลมากกว่า 3 หมู่บ้านคิดเป็นประชากรมากกว่า 2,000-5,000 คน จึงทำให้การดูแลเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง รวมทั้งเรื่องของระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยเรื้อรังที่มารับยาเป็นครั้ง ๆ แล้วไม่ได้ทำการจดบันทึกไว้ จึงทำให้การรักษาไม่แน่นอน ไม่มีข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยเรื้อรังที่ชัดเจน ถึงแม้ว่า รพ.สต.บางแห่งจะมีการจดทับทึกและทำแฟ้มข้อมูลผู้ป่วยเบาหวานเรื้อรังและผู้ป่วยความดันโลหิตสูงหลายราย แต่ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อะไร รวมทั้งไม่สามารถติดตามผลการรักษาได้เนื่องจากบุคลากรไม่เพียงพอต่อการทำหน้าที่นี้

  1. ผู้ป่วยอยู่ที่ไหนบ้าง

1) ปกติแล้ว ผู้ป่วยมักจะเลือกไปทำการรักษาโรคที่ตัวเองเป็นอยู่ตามความพึงพอใจส่วนบุคคล เช่น ที่โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลเอกชน คลินิกแพทย์ ซึ่งก็เป็นไปตามกรได้รับข้อมูลจากคนใกล้ชิดในลักษณะปากต่อปากถึงความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เรื่องของความสะดวกรวดเร็ว รวมไปถึงการได้รับบริการที่ดี เจ้าหน้าที่เป็นมิตรและพูดจาสุภาพ โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะไปพบแพทย์เองเมื่อถึงเวลาที่ยาทานหมด หรือเมื่อเกิดความผิดปกติใด ๆ กับร่างกายขึ้น ไม่ได้อิงตามใบนัดของแพทย์แต่อย่างใด

2) ส่วนผู้ป่วยที่มารับยาที่ รพ.สต. ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มที่ได้รับการส่งต่อมาจากโรงพยาบาลใหญ่เพื่อให้มารับยารักษาต่อเนื่องโดยเน้นในเรื่องของความสะดวกในการเดินทางมากที่สุด ผู้ป่วยจะต้องนำใบส่งตัว หรือที่เรียกกันว่าใบ refer กลับบ้านพร้อมกับสมุดนัดหมายการไปรับ ซึ่งจะมีข้อมูลสั้นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ วันนัดหมาย ยาที่แพทย์สั่ง ระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนักของผู้ป่วย เพราะรพ.สต.จะต้องใช้ข้อมูลส่วนนี้เพิ่มเติมในการจ่ายยา แต่ถึงกระนั้น ปัญหาที่พบมากก็คือ ข้อมูลการรักษายังไม่ครบถ้วนเพียงพอ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชนที่มีแพทย์จบใหม่มาประจำ ก็เป็นไปได้ที่แพทย์เหล่านี้จะยังขาดประสบการณ์ต่าง ๆ เช่น ข้อมูลการตรวจจากห้องแล็บ การตรวจร่างกายที่อาจจะยังมีข้อผิดพลาดอยู่ เป็นต้น

3) ยังมีผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอีกกลุ่มหนึ่ง โดยที่กลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นทั้งโรคเบาหวานเรื้อรังและโรคความดันโลหิตสูง แต่ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวเองป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง แต่จะมารู้ตัวก็เมื่อมีอาการผิดปกติ หรือมีอาการรุนแรงแล้ว กับอีกกรณีหนึ่งที่จะพบก็คือเมื่อมีการรณรงค์ให้ตรวจคัดกรองความเสี่ยง เมื่อเจอ แพทย์ก็มักจะแนะนำให้ทำการรักษาด้วยตัวเอง เช่น งดกินของหวาน ของมัน พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น

  1. การให้บริการผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่รพ.สต.

jumboslot

ในอดีต รพ.สต. ส่วนใหญ่มักจะไม่มีพยาบาลวิชาชีพประจำอยู่ ด้วยเหตุผลเรื่องของความก้าวหน้าในการทำงาน รวมไปถึงสวัสดิการที่น้อยกว่าการปฏิบัติหน้าที่ในโรงพบาลของรัฐและเอกชน เพราะฉะนั้นการให้บริการผู้ป่วยเบาหวานเรื้อรังและความดันโลหิตสูงจึงเป็นลักษณะของการบริการทางการแพทย์โดยทั่วไปที่ไม่ได้เป็นการรักษาเฉพาะทางของโรค และกระทำโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเท่านั้น เว้นแต่ผู้ป่วยไปรับบริการกับโรงพยาบาลในชุมชน แล้วได้รับการ Refer มายัง รพ.สต.ก็อาจจะได้รับยารักษาเฉพาะโรคอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ถือว่ายังน่าเป็นห่วง เนื่องจาก รพ.สต.เหล่านี้ไม่ได้มีการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเลย ผู้ป่วยจึงไม่รู้ว่าตัวเองอาการดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนการวัดความดันโลหิต ถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคน ใครที่ความดันสูง แพทย์ก็จะให้ยารักษาเผื่อไว้ 3 เดือน หมดเมื่อไรก็มาขอยาใหม่เอาเอง ไม่มีการนัดหมาย ไม่มีการติดตาม ผู้ป่วยบางคนรับยาไปทาน พอดีขึ้นก็หยุดยา เมื่อแย่ลงก็ทานยาใหม่ กว่าจะมาพบแพทย์อีกครั้งก็เป็นปี หรือเมื่อมีอาการรุนแรงแล้ว

  1. โครงการการจัดการโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน

โครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่รพ.สต.จัดขึ้นนั้นมี 2 ลักษณะ ดังนี้

4.1 ในกรณีที่ไม่มีพยาบาลประจำอยู่ที่รพ.สต.

ส่วนมากแล้ว กิจกรรมที่เกี่ยวข้องก็คือการจัดกิจกรรมออกกำลังกาย โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีเป็นผู้จัดตั้งเอง ไม่ได้บังคับว่าจะต้องให้ผู้ป่วยมาร่วมกิจกรรม ใครสนใจก็เข้าร่วมได้ทุกคน แต่ผลสุดท้ายก็มักจะค่อย ๆ หายไปเองในที่สุด ปกติการจัดกิจกรรมออกกำลังกายมักจะได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในเรื่องของอุปกรณ์ สถานที่อยู่แล้ว และในบางครั้งก็อาจจะมีการประสานพยาบาลหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับออกกำลังกายเพื่อให้ห่างไกลจากโรคอยู่บ้าง

4.2 มีพยาบาลปฏิบัติงานอยู่

ส่วนในรพ.สต.ที่มีพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงานอยู่ ก็จะมีการจัดโครงการให้ความรู้เรื่องโรคอยู่บ้าง เช่นการออกกำลังกาย เรื่องของอาหารการกิน เอาผู้ป่วยมาจัดเป็น Support Group เพื่อนำเสนออาการของโรค แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร รวมถึงไม่มีการประเมินผลและติดตามผล

[NPC5]
การคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขได้ระบุไว้ว่า การคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นหน้าที่ที่รพ.สต.ต้องทำ โดยอาศัยแนวทางการคัดกรองผู้ป่วยจากคู่มือของสปสช.เป็นหลัก ซึ่งก็คือ

1.การประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของงบประมาณที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้

2.การติดตามเข้าไปในชุมชนบางแห่งที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาที่ รพ.สต.ได้โดยมีเจ้าหน้าที่ อสม.เป็นผู้ช่วยในการคัดกรอง โดยอาจจะใช้วิธีการนัดหมายกลุ่มเสี่ยง เพื่อทำการการเจาะเลือดปลายนิ้ว วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง ก่อนที่จะส่งตัวผู้ป่วยออกมาทำการรักษาต่อไป จะต้องมีการอบรมเจ้าหน้าที่ อสม.เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.การคัดกรองมีด้วยกันหลายรูปแบบ วิธีที่สะดวกที่สุดคือประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มีอายุเกิน 35 ปีมารับบริการที่ รพ.สต.

การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
เพราะไม่มีความชัดเจน และไม่มีข้อมูลใด ๆ ของรพ.สต.เกี่ยวกับผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงทั้งสิ้น ที่ผ่านมาจึงเป็นลักษณะการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเรื้อรัง ซึ่งมี 2 ลักษณะคือ

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post การดูแลและพยาบาลผู้ป่วยเบาหวาน
Next post การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน