วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของเบาหวาน

0 0
Read Time:6 Minute, 29 Second

โรคเบาหวาน เมื่อเป็นแล้วอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว นั่นก็เพราะอาการเบาหวานจะส่งผลต่อสุขภาพของคนเราได้ดังนี้

เครดิตฟรี

1.ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งก็เนื่องมาจากการปัสสาวะบ่อย จนทำให้ร่างกายได้รับน้ำน้อยเกินไปในที่สุด

2.ไตทำงานลดลงจากเดิม โดยเป็นเพราะน้ำตาลที่ไปเกาะแน่นอยู่เต็มหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงไตได้น้อยลง เป็นผลให้ไตด้อยประสิทธิภาพในการทำงานลงในที่สุด

3.ความสามารถในการรับรู้ค่อยๆ ลดลงไป เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ ความดันโลหิตจะต่ำลง เป็นผลให้ไตและสมองทำงานแย่ลงกว่าเดิม ปฎิกิริยาการตอบสนองและการรับรู้จึงค่อยๆ ลดลงไปด้วยนั่นเอง

4.หมดสติและเสียชีวิต ซึ่งเกิดจากภาวะร่างกายที่อ่อนเพลียจนเกินไปและเนื่องมาจากเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายได้ จึงทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้

ทำไมอ้วน แต่น้ำหนักกลับลดลง
เป็นอาการหนึ่งของโรคเบาหวานที่สังเกตเห็นได้ชัด นั่นก็คือคนที่อ้วน ทั้งที่กินมากและไม่เคยออกกำลังกายเลย แต่น้ำหนักกลับลดลงจนน่าตกใจ แถมยังลดลงอย่างต่อเนื่องจนดูผอมแห้งในที่สุด นั่นก็เพราะร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลที่อยู่ในเลือดไปใช้ประโยชน์โดยการเผาผลาญเป็นพลังงานได้ ทำให้ต้องสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อและสลายไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายออกมาใช้แทน จนทำให้น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่องนั่นเอง
เป็นเบาหวานมักแถมด้วยอาการป่วยอื่นๆ

เมื่อเป็นเบาหวาน ก็มักจะแถมด้วยอาการผิดปกติอื่นๆ พ่วงมาด้วย โดยทั้งนี้ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 160-180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก็มักจะมีอาการที่สังเกตเห็นได้ชัดดังต่อไปนี้

สล็อต

  1. คอแห้ง
  2. ดื่มน้ำมาก
  3. ปัสสาวะบ่อย
  4. ไม่รู้สึกเจ็บหรือคัน

นอกจากนี้เมื่อป่วยด้วยเบาหวานเป็นระยะเวลานาน ก็มักจะมีภาวะแทรกซ้อนตามมาด้วยเสมอ ซึ่งก็เป็นเพราะร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลที่อยู่ในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้ น้ำตาลจึงสะสมอยู่เยอะและอาจไปแย่งพื้นที่ออกซิเจนในเซลล์ต่างๆ จนทำให้เซลล์หรืออวัยวะในร่างกายทำงานได้น้อยลง เป็นผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ในที่สุด โดยอวัยวะที่มักจะได้รับผลกระทบจากอาการเบาหวานอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ไต ตาและเท้านั่นเอง

อาการเบาหวานขึ้นตา ( Diabetic Retinopathy )
อาการเบาหวานขึ้นตา เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน ซึ่งจะแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะคือ

1.ระยะตายใจ

เป็นระยะที่ยังไม่มีอาการเบาหวานใดๆ และไม่มีสิ่งผิดปกติใดเกิดขึ้น จึงยังไม่รู้ได้ว่าเป็นเบาหวานขึ้นตา แต่จะมีจุดเล็กๆ เกาะอยู่ที่จอประสาทตา และมีไขมัน+โปรตีนตกตะกอนจับตัวเป็นจุดอยู่

2.ระยะทำใจ

เป็นระยะที่เริ่มมีอาการมองไม่เห็นแล้ว ซึ่งหากรักษาไม่ทันก็อาจตาบอดได้เลยทีเดียว แต่ส่วนใหญ่คนส่วนมากมักจะตายใจคิดว่าอาการเบาหวานจะไม่รุนแรง จนตาบอดในที่สุด

สล็อตออนไลน์

เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมหรืออักเสบจากอาการเบาหวาน ( Diabetic Neuropathy )
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายมาก เพราะแค่รองเท้ากัดก็อาจถึงกับต้องตัดขาทิ้งกันเลยทีเดียว โดยภาวะที่ว่านี้จะสังเกตถึงความผิดปกติได้คือ

มีอาการเหน็บชาและปวดแสบปวดร้อนที่ขาหรือเท้าทั้งสองข้าง และอาจมีความรู้สึกเหมือนมดไต่ขาอยู่ตลอดเวลา
รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มแทงเท้าอยู่บ่อยๆ ซึ่งบางครั้งก็อาจเกิดความรู้สึกที่รุนแรงจนถึงขั้นนอนไม่หลับได้เลยทีเดียว
รู้สึกว่าเท้าหนาและหนัก คล้ายกับกำลังใส่ถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา
รู้สึกตัวร้อนเหมือนจะมีไข้
นอกจากนี้เมื่อเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมหรืออักเสบ ก็อาจส่งผลเสียโดยตรงได้ดังนี้

ประสาทรับความรู้สึก ( Diabetic Symmetric Polyneuropathy : DSDP ) คือจะทำให้การรับรู้ความรู้สึกลดต่ำลงกว่าปกติ โดยส่วนใหญ่จะมีอาการชา เป็นผลก็ไม่เจ็บหรือโดนไฟลวกก็ไม่รู้สึก นอกจากนี้เมื่อเป็นแผลเรื้อรังตามแขนขาก็รักษาให้หายได้ยากอีกด้วย
ประสาทอัตโนมัติ ( Autonomic Neuropathy ) คือจะทำให้เกิดอาการท้องเสียหรือท้องผูกได้ง่าย เหงื่อออกมากผิดปกติ เกิดอาการหน้ามืดเมื่อลุกขึ้นยืน ปัสสาวะติดขัดและสมรรถภาพทางเพศลดลง เป็นต้น
ประสาทเฉพาะที่ ( Focal and Multfocal Neuropathy ) ส่วนมากจะมีอาการหนังตาตกกะทันหัน และทำให้มองเห็นภาพซ้อนจากการกลอกตาไปมาได้อีกด้วย

jumboslot

อาการเบาหวานลงไต ( Diabetic Neuropathy )
เมื่ออาการเบาหวานลงไต จะส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะไตถือเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว โดยปกติแล้ว ไตจะมีหน้าที่ในการขับน้ำพร้อมของเสียออกไปจากร่างกาย รวมถึงดึงเอาของเสียจากกระแสเลือด ออกมาขับทิ้งพร้อมกับปัสสาวะอีกด้วย ดังนั้นเมื่ออาการเบาหวานลงไต ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของไตด้อยลงในที่สุด และอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาอีกมากมายเลยทีเดียว เช่นตัวบวมขาบวม เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย หายใจติดขัดรุนแรง ปัสสาวะน้อยมากจนเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมปอด เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน แม้ อาการโรคเบาหวาน จะไม่รุนแรงน่ากลัว ผู้ป่วยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์จะทำให้สามารถใช้ชีวิตตามคนปกติโดยทั่วไปได้ แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคเบาหวานเองมักจะได้รับผลกระทบจาก อาการแทรกซ้อนที่ผิดปกติเข้ามา เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เหงื่อออกมากผิดปกติ หรือภาวะการติดเชื้อตามส่วนต่างๆ เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วย โรคเบาหวานจึงควรรู้อาการและวิธีป้องกันเบื้องต้น ของโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นมา ดังข้อมูลต่อไปนี้

อาการและวิธีป้องกันเบื้องต้น ของโรคแทรกซ้อน
โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ เช่น อ้วนเกินไป น้ำหนักเกิน ไม่ออกกำลังกาย หรือมีไขมันในเลือดสูง

  1. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ( Hypoglycemia )

โดยส่วนใหญ่จะเกิดจาก 3 สาเหตุหลักๆ คือ การฉีดอินซูลินหรือทานยาลดระดับน้ำตาลมากเกินไป การออกกำลังกายหนักเกินไป หรือการรับประทานอาหารน้อยเกินไป หรือผิดเวลาปกติจากเดิม

slot

อาการของโรค : หัวใจจะเต้นแรงและเร็ว มีอาการตัวเย็น มีเหงื่อออกมากกว่าปกติ วิงเวียน มึนงง และปวดศีรษะ รู้สึกชาบริเวณปลายนิ้วมือนิ้วเท้าหรือรอบปาก ตาเกิดความพร่ามัวหรือเห็นภาพซ้อน หน้าซีด และพูดไม่ชัดและอาจะมีอาการชัก และหมดสติได้

การดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการ : ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองได้ง่ายๆ คือ การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเข้าไปเมื่อได้รับน้ำตาลเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมหลังจากนั้นร่างๆกายจะดีขึ้นเองอย่างรวดเร็ว หากมีอาการดังกล่าว ไม่ควรปล่อยไว้ เนื่องจาก ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ไม่สามารถหายได้เองจากการพักผ่อน เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน

มีวิธีแก้ไขเมื่อเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

1.หากมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเนื่องจากการทานอาหารผิดเวลาไปจากเดิม ควรรีบทานอาหารทันทีหรือหาอาหารว่างหรืออาหารง่ายๆ เช่น ขนมปัง มาทานรองท้องไปก่อนก็ได้เพื่อที่อาการจะได้ดีขึ้น

2.หากผู้ป่วยมีการที่เริ่มหนักแล้ว ควรรีบหาอาหารรสหวานที่สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เช่น น้ำหวาน นมรสหวาน มารีบรับประทานทันที เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดปรับกลับมาเป็นปกติ

3.นั่งหรือนอนพักผ่อน งดเว้นการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ

4.หากปฏิบัติตามข้อ 1- 3 แล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไป 10 – 15 นาทีแล้ว ควรรับประทานอาหารที่มีความหวานเพิ่มเข้าไป

5.หากเป็นผู้ที่ชอบออกกำลังกาย ควรหาอาหารว่างทานก่อนออกกำลังกาย เช่น แซนวิช หรือขนมปังทาเนยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำระหว่างออกกำลังกายหรือหลังออกกำลังกาย

ข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ควรคุมประเภทและปริมาณอาหารแต่ละมื้ออย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ และควรทานอาหารให้ตรงเวลารับประทานยาและฉีดอินซูลิน ตามคำแนะนำของแพทย์เสมอ กรณีออกกำลังกายมากกว่าปกติ ควรทานก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลินถ้าเป็นไปได้ควรตรวจเลือดก่อนและหลังการออกกำลังกาย ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่ต้องรับประทานยาสำหรับในการรักษาโรคอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อป้องกันยาชนิดนั้นๆส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดนั้นเอง แจ้งบุคคลใกล้ชิตหรือญาติให้ทราบเรื่องการเป็นโรคเบาหวาน และควรอธิบายวิธีการในการช่วยเหลือเบื้องต้นให้ทราบด้วย ในกรณีฉีดอินซูลิน ควรมีการพกอาหารหรือของว่างที่มีรสหวาน ติดตัวหรือติดบ้านไว้ ในกรณีฉุกเฉิน สามารถหยิบทานได้ทันที และหากออกจากบ้านควรพกบัตรประจำตัวผู้ป่วยโรคเบาหวานตลอด เผื่อในกรณีฉุกเฉินผู้ที่พบเห็นจะได้ช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post แผนรักษาเบาหวานที่กำหนดได้
Next post การปฏิบัติตนของผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง