ทำความรู้จักกับโรคโควิด19

0 0
Read Time:7 Minute, 0 Second

สถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 (Covid-19) ในประเทศไทยช่วงนี้ ต้องเรียกว่าน่าเป็นห่วงเลยทีเดียว มีคนติดรายวันนับร้อยคน ซึ่งแต่ละคนที่ติดเชื้อนี้จะมีอาการเด่น คือ มีไข้สูง และไอ แต่รู้หรือไม่ว่า อาการโควิด-19 นี้ยังมีอีกมายเลยทีเดียว เช่น เจ็บคอ อ่อนเพลีย ตาแดง หายใจลำบาก เป็นต้นข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก – WHO ได้ระบุ อาการโควิด-19 (Covid-19 symptoms) ไว้อย่างละเอียด ดังนี้

เครดิตฟรี

อาการทั่วไป (Most common symptoms)
มีไข้
ไอแห้ง
อ่อนเพลีย
อาการที่พบไม่บ่อย (Less common symptoms)
ปวดเมื่อยเนื้อตัว
เจ็บคอ
ท้องเสีย
ตาแดง
ปวดศีรษะ
สูญเสียความสามารถในการดมกลิ่น และรับรส
มีผื่นบนผิวหนัง หรือนิ้วมือนิ้วเท้าเปลี่ยนสี
อาการรุนแรง (Serious symptoms)
หายใจลำบาก หรือหายใจถี่
เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก
สูญเสียความสามารถในการพูดและเคลื่อนไหว

*ต้องพบแพทย์ทันที!! เมื่อมีอาการไอ ไข้ขึ้นสูง จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รู้รส และติดต่อล่วงหน้าก่อนไปพบแพทย์ หรือไปสถานพยาบาลเสมอ

**โดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่ติดเชื้อไวรัสจะแสดงอาการป่วยใน5-6 วัน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาจใช้เวลานานถึง 14 วันจึงจะแสดงอาการกรมอนามัยชี้จุด เเหล่งสะสมเชื้อโควิด อยู่ตรงไหนในร่างกายบ้าง!
ทางเว็บไซต์ กระทรวงสาธารณสุข เผยเเหล่งสะสมเชื้อโควิด-19 อยู่ตรงไหนในร่างกายบ้าง มาดูกัน (เรียงจากมากสุดไปน้อยสุด)

น้ำมูก – มีเชื้อโควิด-19 มากที่สุด ประมาณ 97.9% การตรวจหาเชื้อ จึงตรวจจากน้ำมูกเป็นหลัก

น้ำลาย – มีเชื้อโควิด-19 ประมาณ 88.6% รองลงมาจากน้ำมูก พยายามเลี่ยงการพูดคุยระยะใกล้ชิด

สล็อต

อุจจาระ – มีเชื้อโควิด-19 ประมาณ 70.8% ปิดฝาก่อนกดชักโครกเสมอหลังจากใช้โถส้วมเสร็จ และอย่าลืมล้างมือด้วยสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที

ลำคอ – มีเชื้อโควิด-19 ประมาณ 60% คุณหมอจะเก็บตัวอย่างจากบริเวณลำคอ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย

เลือด – มีเชื้อโควิด-19 ประมาณ 12.3% บริจาคเลือดต้องคัดกรองอย่างดี ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงไม่ควรบริจาคเลือด

น้ำตา – มีเชื้อโควิด-19 น้อยที่สุด อยู่ที่ 1.1%

  • ปัสสาวะ อสุจิ และน้ำหล่อลื่นจากช่องคลอด ไม่พบเชื้อ โควิด-19

** “สารคัดหลั่ง” คือ สารที่ร่างกายสร้างขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไป เมื่อติดเชื้อโควิด-19 เชื้อจะไปสะสมใน สารคัดหลั่งชนิดต่าง ๆ ในปริมาณไม่เท่ากันโรคโควิด 19 แพร่ระบาดได้อย่างไรบ้าง?
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ได้ระบุไว้ว่า โรคนี้สามารถแพร่จากคนสู่คน ผ่านทางละอองน้ำมูก น้ำลายจากจมูก หรือปาก ซึ่งออกมาเมื่อผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไอ จาม หรือพูด ทั้งนี้ละอองเหล่านี้ค่อนข้างหนัก ไปไม่ได้ไกล และจะตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว

เรารับเชื้อโรคโควิด-19 ได้จากการหายใจเอาละอองเข้าไปจากผู้ป่วย เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะรักษาระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร

ละอองเหล่านี้ยังตกลงสู่วัตถุ และพื้นผิวต่าง ๆ ได้ เช่น โต๊ะ ลูกบิดประตู ราวจับ และเมื่อคนเอามือไปจับพื้นผิวเหล่านั้นแล้วมาจับตา จมูกหรือปาก ก็จะมีเชื้อโรค นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำ และสบู่ หรือใช้แอลกอฮอลเจลถูมือ

สล็อตออนไลน์

การรักษาโรคโควิด-19
ตามข้อมูลในปัจจุบัน มกราคม 2564 ทั่วโลกยังไม่มียาต้านไวรัสที่ได้รับการขอขึ้นทะเบียนให้ใช้รักษาโรคโควิด-19 ได้ แต่มีการทำวิจัยเพื่อพิจารณาว่ามียาตัวใดบ้าง ที่อาจปรับวัตถุประสงค์การใช้เดิมเพื่อการรักษาโรคโควิด-19

วิธีป้องกันตนเองจากโควิด-19
ประชาชนควรติดตามข่าวสารข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด-19 จากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น ซึ่งหาได้จากเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก และหน่วยงานด้านสาธารณสุข

ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 – informationcovid19
เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขไทย – https://covid19.moph.go.th
เราสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือการแพร่เชื้อได้ด้วยการทำตามข้อควรระวัง ดังนี้

  • สวมใส่หน้ากากอนามัย หรืออาจเป็นหน้ากากผ้าที่ได้มาตรฐาน และสะอาดอยู่เสมอ เมื่อต้องออกจากบ้าน เพื่อป้องกันการหายใจเอาเชื้อโรคจากข้างนอกเข้าสู่ร่างกายเรา
  • ล้างมือบ่อย ๆ ให้สะอาดด้วยแอลกอฮอล์ เจล 70-75% หรือด้วยสบู่ เพราะการทำความสะอาดมือด้วยสองวิธีนี้เป็นการฆ่าเชื้อโรคที่อยู่บนมือเรา
  • รักษาระยะอย่างน้อย 1 เมตร จากผู้อื่น เพราะเมื่อคนไอ จาม หรือ พูด จะทำให้เกิดฝอยละอองขนาดเล็กจากจมูก และลำคอซึ่งอาจมีเชื้อโรคได้ ถ้าอยู่ใกล้เกินไป ก็จะหายใจเอาฝอยละอองเหล่านั้นเข้าไปด้วยซึ่งมีเชื้อโรคปนอยู่ ในกรณีที่คนนั้นไม่สบาย
  • เลี่ยงการไปพื้นที่หนาแน่น หรือพื้นที่เสี่ยงต่อการติดโควิด-19
  • เลี่ยงการเอามือมาจับตา จมูก และปาก เพราะมือไปสัมผัสอะไรมาหลายอย่าง และอาจไปสัมผัสเชื้อโรคมาด้วย เมื่อมือปนเปื้อนก็จะส่งต่อเชื้อโรคไปยังตา จมูก และปาก จากนั้นเชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกาย และทำให้เราป่วย

jumboslot

  • ปิดปากทุกครั้งที่ไอ หรือจาม ด้วยข้อศอก หรือด้วยกระดาษทิชชู จากนั้นทิ้งกระดาษทิชชูทันที
  • หากมีอาการไข้ และ/หรือไอ ร่วมกับอาการหายใจลำบาก/ติดขัด ควรปรึกษาแพทย์ทันที หากเป็นไปได้ แนะนำให้โทรไปล่วงหน้า เพื่อสถานพยาบาลจะได้ให้คำแนะนำ เพราะหน่วยงานของรัฐ และท้องถิ่นมีข้อมูลของสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ของท่าน

เมื่อครั้งโควิด-19 ระบาดทั่วโลกใหม่ๆ เดอะสเตรตไทมส์ (The Straits Times) เว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษที่นิยมมากที่สุดในสิงคโปร์ได้เผยแพร่ข่าวเตือนใจประชาชนว่าให้ระวัง “โควิดไม่แสดงอาการ” ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ติดเชื้อละเลยการป้องกันตัวเองและแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นมากขึ้น

ร้อยละ 70 ของผู้ที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อปอดอักเสบโคโรนา 2019 ได้ผลเป็นบวก แต่ไม่แสดงอาการป่วยออกมา เมื่อติดเชื้อแล้วสามารถส่งเชื้อแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้อย่างไม่รู้ตัว

โควิดไม่แสดงอาการคืออะไร

โควิดไม่แสดง คือ อาการระยะแรก ที่มีโอกาสส่งเชื้อสู่ผู้อื่นสูง ได้แก่ อาการไอ จาม แม้ตัวผู้ป่วยจะไม่มีอาการรุนแรงในระยะแรก แต่เป็นช่วงที่ไวรัสเพิ่มจำนวนได้สูง การเดินทางไปสู่สถานที่เสี่ยง มีผู้คนแออัดโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย มีโอกาสรับละอองที่มีเชื้อไวรัสจากผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

Medical News Today เว็บข่าวด้านสุขภาพในสหรัฐอเมริกามีงานวิจัยพบว่าผู้ป่วยติดเชื้อ SARS-CoV-2 ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี กว่า 81.9% ป่วยโควิดไม่แสดงอาการ

นอกจากนี้พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 6.6 มีอาการที่รุนแรง เราควรรับบทเรียนเหล่านี้ มาช่วยกันปกป้องผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ให้พักอยู่ที่บ้าน งดการเดินทางสังสรรค์ เพื่อไม่ให้โควิด-19 สร้างความเจ็บป่วยแทรกซ้อนกับโรคเดิมที่เป็นอยู่

slot

วิธีสังเกต โควิดไม่แสดงอาการ เกิดขึ้นกับเราหรือยัง

เนื่องจากหลังรับเชื้อระยะแรกผู้ป่วยเองอาจยังไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ ก็ยังเข้าสู่สังคม ใช้ชีวิตประจำวันปกติ เดินทางไปมาหาสู่ครอบครัวและเพื่อนพ้อง เมื่อละเลยการป้องกันตัวเอง กลายเป็นพาหะส่งเชื้อให้คนรอบข้างไม่รู้ตัว ควรสังเกตอาการตัวเอง หลังจากไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือสัมผัสผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วภายใน 14 วันดังนี้

มีไข้ ไอ จาม

จมูกไม่ได้กลิ่น

ลิ้นแยกรสชาติไม่ได้

ปวดเมื่อยร่างกายเล็กน้อย

ท้องเสียเล็กน้อย

เมื่อยล้า อ่อนเพลีย

อาการของไข้หวัดใหญ่ กับอาการโควิด-19 คล้ายคลึงกัน สิ่งที่พอจะแยกได้คือเรื่องการรับกลิ่นและรับรสชาติ อย่างไรก็ดีหากเดินทางไปยังสถานที่ที่ระบุว่าพบเชื้อสูง ควรแจ้งกับเจ้าหน้าที่คัดกรองก่อนเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วย

โควิดไม่แสดงอาการ นานถึง 4 สัปดาห์ บางคนได้รับเชื้อแล้วแต่ไม่รู้ตัว

จากงานวิจัยของหลายประเทศที่พบผู้ติดเชื้อสูง ก็สามารถสรุปได้ว่าหากรับเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 นี้เข้าไปแล้ว อาจแสดงอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการนานถึง 4-6 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นการกักตัว 14 วัน จึงช่วยลดการแพร่เชื้อโควิดช่วงที่ไม่แสดงอาการได้

ทางออกของการระบาดโควิด-19 ไม่ได้มีแค่ล็อกดาวน์ หากไม่อยากใช้ชีวิตลำบากก็ต้องช่วยกันดูแลตัวเอง ถ้าเข้มงวดกับแอป “ไทยชนะ” มากพอ และมีบังคับให้ผู้ที่ไปพื้นที่เสี่ยงมาต้องกักตัวเอง 14 วัน อาจช่วยลดเชื้อโควิดไม่แสดงอาการได้

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post เช็กอาการกับโรคยอดฮิต
Next post ถามตอบกับปัญหาโควิด19