อาการไอแล้วอ้วกของลูก

0 0
Read Time:5 Minute, 5 Second

เมื่อเห็น ลูกไอแล้วอ้วก ไอตอนกลางคืน หรือ ไอหนัก จนอาเจียนออกมา คุณพ่อคุณแม่ต้องกังวลกับอาการของลูกกันแน่นอน เกิดจากสาเหตุอะไร อันตรายไหม แล้วจะต้องทำอย่างไรถึงจะหายไอได้บ้าง

เครดิตฟรี

อาการไอ (Cough) เป็นกลไกทางร่างกายอันหนึ่งในการป้องกันตนเองหรือกำจัดสิ่งแปลกปลอมของตนเองที่เกิดขึ้น และพยายามรักษาตนเองให้แข็งแรง ให้หายใจได้สะดวก และ กำจัดเสมหะ

ลักษณะของอาการไอ มีหลายแบบ

อาการไอ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ตามระยะเวลาของการไอ ได้แก่

  • อาการไอฉับพลัน จะมีระยะเวลาของอาการไอน้อยกว่า 3 สัปดาห์ โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น

หวัด
คอหรือกล่องเสียงอักเสบ
หลอดลมอักเสบ
การสัมผัสสารระคายเคืองในสิ่งแวดล้อม

  • อาการไอเรื้อรัง จะมีระยะเวลาของอาการไอมากกว่า 3 สัปดาห์ โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก

หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
โรคหืด
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

สล็อต

ลูกไอแล้วอ้วก ไอจนอาเจียน เกิดจากอะไร?
เกิดจากการไออย่างหนักอาจไปกระตุ้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณโคนลิ้น และคอหอย ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการอาเจียนได้ และสาเหตุที่อาจเป็นไป มีดังนี้

หลอดลมอักเสบเรื้อรัง เกิดจากโรคภูมิแพ้ จะมีอาการไอเวลาที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ตอนกลางคืน เช้ามืด หรือ หลังออกกำลังกาย วิ่งเล่นเหนื่อย ๆ ก็จะไอมีเสมหะ หรือไอมากจนอาเจียน เสมหะใส และไม่มีไข้ เด็กในกลุ่มนี้จะมีอาการไอ เนื่องจากมีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลอดลม

หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุผิวภายในหลอดลม ทำให้ต่อมเมือกของหลอดลมโตขึ้น และหลั่งเมือก (เสมหะ) ออกมามากกว่าปกติ เกิดอาการไอมีเสมหะ ในเด็กเล็กอาจไอจนอาเจียน เด็กบางคนอาจมีอาการแน่นหน้าอกด้วย

โรคไข้หวัด การไอจากไข้หวัด ก็อาจทำให้อาเจียนได้ หากน้ำมูก และเสมหะไหลลงสู่ช่องท้องในปริมาณมากจนทำให้เกิดอาการคลื่นไส้

เด็กไอแล้วอาเจียน อันตรายไหม ?
ลูกไอจนอาเจียนนั้นไม่ได้เป็นสัญญาณที่อันตราย หากสังเกตแล้วว่าไม่มีอาการแทรกซ้อน อาการป่วยอื่น ๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวล แต่หากลูกน้อยอาเจียนไม่หยุด ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษา และหาสาเหตุของอาการไอต่อไป

ลูกมีอาการไอ ใช้ยาแก้ไออะไรดี?
การใช้ยาบรรเทาอาการไอ ควรปรึกษาหมอ หรือ เภสัชกรก่อนใช้ยา เพื่อเลือกใช้ยาแก้ไอ ให้ตรงตามอาการ และรักษาอาการไอให้ได้ผล

สล็อตออนไลน์

ยาละลายเสมหะ ยาชนิดนี้จะช่วยลดความเหนียวของเสมหะลงทำให้ร่างกายกำจัด หรือขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น เช่น คาร์โบซิสเทอีน (carbocysteine) ยาชนิดนี้ควรเลือกใช้ในเด็กที่ไอแบบมีเสมหะ บางครั้งนิยมใช้ร่วมกับยาขับเสมหะ

ยาขับเสมหะ ยาชนิดนี้จะกระตุ้นการขับเสมหะโดยกระตุ้นการทำงานของเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจในการกำจัดเสมหะ และเพิ่มปริมาณสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปริมาณเสมหะมากขึ้น ทำให้ไอเอาเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น

ยาลดน้ำมูก อาการไอเนื่องจากมีน้ำมูกไหลลงไปในคอ ทำให้คัน และระคายคอ การรับประทานยาลดน้ำมูก ก็อาจจะทำให้อาการไอดีขึ้น

ยาขยายหลอดลม หากมีอาการหืด การใช้ยาที่ขยายหลอดลม ทำให้หายใจได้โล่ง สะดวก ก็จะบรรเทาอาการไอได้

วิธีรักษาอาการไอแล้วอ้วกในเด็ก

ให้ลูกดื่มน้ำเยอะ ๆ แนะนำเป็นน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะ และทำให้ร่างกายขับเสมหะออกมาได้ง่าย

ระวังไม่ให้ลูกเล่นมากเกินไป ลองสังเกตว่าหากลูกมีอาการไอหนัก หลังวิ่งเล่น หรือออกกำลังกาย เพราะอาจเกิดจากอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคหืดได้

ทำร่างกายให้อบอุ่น เพราะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ยิ่งช่วงอากาศเย็น อากาศชื้น อาจจะทำให้เป็นหลอดลมอักเสบ ภูมิแพ้ และเกิดอาการไอได้ แนะนำห่มผ้าให้ลูกตอนกลางคืน ไม่เปิดแอร์เป่าโดนตัว

ปรึกษาแพทย์ ถ้าหากไอมาก อาจใช้ยาละลายเสมหะ ยาแก้ไอเพื่อบรรเทาอาการไอ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมหาสาเหตุของการไอ และรักษาอย่างถูกวิธี

jumboslot

อาการไอของลูก อย่าปล่อยให้เรื้อรัง เพราะอาจมีโรคอื่น ๆ แทรกซ้อนได้ ผู้ปกครอง คุณพ่อ คุณแม่ ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ให้ลูกใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปในสถานที่แออัด หรือ มีฝุ่นควันเยอะ และควรให้ลูกออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรค

ไข้หวัด หรือ ไข้หวัดทั่วไป (Common Cold) คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณ ทางเดินหายใจส่วนบน เช่นจมูก คอ ไซนัส และกล่องเสียง โดยเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัด มีสายพันธุ์ย่อย ๆ มากกว่า 200 ชนิด เลยทีเดียว

ทั้งนี้ไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัดได้มากที่สุด คือ ไรโนไวรัส (Rhinovirus – คำว่า Rhino แปลว่า จมูก ไรโนไวรัส เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคกับจมูก) เป็นเชื้อไวรัสที่พบมากที่สุดในมนุษย์ และเป็นสาเหตุสำคัญของไข้หวัด โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ มีความหลากหลายทางสายพันธุ์มาก

เมื่อร่างกายของเราหายจากไข้หวัดแล้ว ร่างกายก็จะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อชนิดนั้นขึ้นมา แต่เมื่อป่วยเป็นไข้หวัดครั้งใหม่ก็มักจะเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดชนิดใหม่ หมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ จึงทำให้คนเราเป็นไข้หวัดกันได้ปีละหลายครั้ง

อนึ่ง โรคไข้หวัดสามารถเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน แต่โดยมากแล้วจะเกิดจากเชื้อไวรัสสะส่วนใหญ่

เมื่อเริ่มมีอาการไข้หวัด ความรุนแรงของอาการจะมีมากในช่วง 2-3 วันแรก ก่อนจะค่อย ๆ ทุเลาลง โดยอาการของไข้หวัด จะมีดังต่อไปนี้

  • มีไข้ต่ำ ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นพัก ๆ ปวดศีรษะเล็กน้อย (ในเด็กอาจมีไข้สูงเฉียบพลัน ในผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้ก็ได้) อาการไข้มักเป็นอยู่ 2 – 4 วัน แล้วก็จะหายไปเอง

slot

  • น้ำมูกไหล มักเป็นน้ำมูกใส ๆ ไม่ข้น
  • ในรายที่ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะมีไข้เกิน 4 วัน หรือมีน้ำมูกเข้มข้นเหลือง หรือเขียวเกิน 24 ชั่วโมง หรือไอมีเสมหะสีเหลือง หรือเขียวทุกครั้ง
  • คัดจมูก หายใจได้ไม่สะดวกเนื่องจากจมูกบวม
  • ไอแห้ง ๆ หรือไอมีเสมหะเล็กน้อย ลักษณะใส หรือขาว ๆ จามบ่อยครั้ง แม้ไข้หวัดจะดีขึ้นแล้วแต่ผู้ป่วยอาจมีอาการไออยู่ต่อไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะหายเป็นปกติ
  • เสียงแหบ
  • ปวดศีรษะ หรือปวดหู หากมีอาการปวดหูมาก ๆ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่หู
  • ปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย
  • มีอาการระคายเคืองที่ดวงตา หรือมีตาแดง ขี้ตา

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post การรักษาลูกหายใจครืดคราด
Next post ความแตกต่างระหว่างกรดโฟลิกกับโฟเลต