แนะนำเทคนิคเคาะปอดช่วยลดอาการไอ

0 0
Read Time:3 Minute, 39 Second

เวลาที่เด็ก ๆ มีเสมหะ มีอาการไอ คนเป็นพ่อแม่คงพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ลูกเอาเสมหะออกมาให้ได้ ในเด็กโตก็ไม่ค่อยมีปัญหามาก แต่สำหรับเด็กเล็กที่ยังขับเสมหะ ยังไอไม่ได้ อาจจะเจอปัญหามีเสมหะคั่งค้าง เรามารู้จักวิธีที่เรียกว่า เคาะปอด เพื่อระบายเสมหะกัน

เครดิตฟรี

การเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะ (percussion) คือ การทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนผ่านผนังทรวงอกลงไปถึงแขนงหลอดลม ทำให้เสมหะที่เกาะอยู่บริเวณต่าง ๆ ของทางเดินหายใจส่วนปลายค่อย ๆหลุดเลื่อนและไหลออกมา ตามแขนงหลอดลมจากเล็กไปใหญ่ และกระตุ้นให้ผู้ป่วยไอเพื่อระบายเสมหะออกมา

ทำไมต้อง… เคาะปอด?

  • เสมหะเหนียว ถ้าเด็กไอมีเสมหะ อาจจะให้ ยาแก้ไอ ละลายเสมหะได้ แต่ในเด็กบางรายที่มีเสมหะเหนียวมาก ต้องทำการพ่นยาขยายหลอดลม หรือน้ำเกลือผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอด และดูดเสมหะออก
  • การเคาะปอด ช่วยให้เสมหะที่คั่งค้างหลุดออกได้ง่าย และไม่ให้มีเสมหะคั่งค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้
  • เด็กเล็กที่ยังไม่สามารถระบายเสมหะได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องใช้การเคาะปอด และจัดท่าระบายเสมหะช่วย

เมื่อไหร่ที่ควรเคาะปอด
มีอาการไอ มีเสมหะมาก หายใจเสียงดังครืดคราด
มีเสมหะคั่งค้างในหลอดลมจำนวนมาก
เด็กที่มีปัญหาระบบประสาท กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถไอ หรือระบายเสมหะออกได้ด้วยตัวเอง

สล็อต

วิธีการ เคาะปอด

  • จัดท่าเด็กให้ดี การเคาะปอด จะอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เสมหะไหลออกจากหลอดลมเล็กส่วนปลายเข้าสู่หลอดลมใหญ่ตรงกลาง เมื่อเด็กไอ เสมหะก็จะขับออกได้ง่าย ขั้นแรกจึงต้องจับตั้งท่าเด็กให้เหมาะสม ซึ่งแล้วแต่ว่าจะเคาะปอดบริเวณไหน
  • การเคาะ ใช้อุ้งมือ ไม่ควรใช้ฝ่ามือ ให้ทำมือให้เป็นลักษณะงุ้มโค้งขึ้นเป็นหลังเต่า ให้อุ้งนิ้วทั้ง 5 ชิดติดกัน หรือเรียกการทำมือแบบนี้ว่า cupped hand แล้วเอามือเคาะไปบริเวณส่วนที่ต้องการระบายเสมหะออกมา ใช้ผ้ารองบริเวณส่วนที่จะเคาะด้วย
  • ระยะเวลาการเคาะ การเคาะแต่ละท่า หากเป็นเด็กเล็ก ควรใช้เวลาประมาณ 1-3 นาที แต่ถ้าเด็กโต อาจจะใช้เวลาประมาณท่าละ 3-5 นาที

ขณะเคาะหากเด็กไอ ควรใช้ การสั่นสะเทือนช่วย โดยใช้มือวางราบ พร้อมทั้งเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน และหัวไหล่ทำให้มือสั่น ในระหว่างที่กำลังไอ หรือช่วงที่เด็กหายใจออก

คลิป สาธิตการเคาะปอดเด็ก

สล็อตออนไลน์

7 ท่าการเคาะปอดแบบต่าง ๆ
ท่าที่ 1 ท่าเคาะปอด กลีบซ้ายบนส่วนยอด
จัดให้เด็กอยู่ในท่านั่งเอนตัวมาข้างหลัง ประมาณ 30 องศา เคาะบริเวณด้านบน เหนือทรวงอกด้านซ้าย ระหว่างกระดูกไหปลาร้า และ กระดูกสะบัก

ท่าที่ 2 ท่าเคาะปอด กลีบซ้ายบนด้านหลัง
จัดท่าให้เด็กนั่งคร่อมตัวมาทางด้านหน้าเล็กน้อย บนแขนของผู้ที่จะทำการเคาะปอด แล้วเคาะบริเวณด้านหลังตอนบน เหนือกระดูกสะบัก ระหว่างกระดูกต้นคอและหัวไหล่

ท่าที่ 3 ท่าเคาะปอด กลีบซ้ายบนด้านหน้า
จัดท่านอนหงายราบ เคาะบริเวณเหนือราวนมต่ำจากกระดูกไหปลาร้าเล็กน้อย

ท่าที่ 4 ท่าเคาะปอด กลีบซ้ายส่วนกลาง
จัดท่าให้ศีรษะต่ำลงประมาณ 15 องศา และตะแคงด้านซ้ายขึ้นมาประมาณ ¼ จากแนวราบ และเคาะบริเวณราวนมด้านซ้าย

jumboslot

ท่าที่ 5 ท่าเคาะปอด กลีบซ้ายล่างส่วนชายปอดด้านหน้า
จัดให้เด็กนอนตะแคงกึ่งคว่ำหน้า ศีรษะต่ำ 30 องศา ประคองทรวงอกบริเวณชายโครงด้านซ้ายหงายขึ้นมาเล็กน้อย เคาะบริเวณเหนือชายโครงด้านข้างตอนหน้า ต่ำจากราวนมลงมาเล็กน้อย

ท่าที่ 6 ท่าเคาะปอด กลีบซ้ายล่าง ส่วนชายปอดด้านข้าง
จัดท่าศีรษะต่ำ ประมาณ 30 องศา นอนตะแคงเกือบคว่ำ เคาะบริเวณด้านข้าง เหนือชายโครงระดับเดียวกับท่าที่ 5 ใต้ต่อรักแร้ของเด็ก

ท่าที่ 7 ท่าเคาะปอด กลีบซ้ายด้านล่างส่วนหลัง
จัดท่าศีรษะต่ำ 30 องศา นอนคว่ำ เคาะบริเวณด้านหลัง ต่ำจากกระดูกสะบักลงมาในะดับเดียวกับชายโครงด้านหน้า

คำแนะนำ ข้อควรระวังในการ เคาะปอด

slot

  • การเคาะปอด สามารถทำได้ทั้งเด็กเล็ก และเด็กโต
  • การเคาะปอด พ่อแม่สามารถทำให้ลูกได้ แต่อาจจะขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือนักบำบัด
  • ในการเคาะปอด ควรเคาะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ใช้แรงพอดี ไม่เบาเกินไป แต่ก็ไม่แรงจนเกินไป
  • ไม่ควรเคาะปอดหลังกินอาหาร หรือกินนมอิ่มใหม่ ๆ ควรทำก่อนอาหาร หรือ หลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง
  • หากเด็กมีอาการหอบให้หยุด หากสังเกตเด็ก เหนื่อยเพิ่มมากขึ้น ริมฝีปากซีดคล้ำ หายใจจมูกบาน ให้หยุดการเคาะปอด
  • หากเด็กร้องไห้ งอแง มากกว่าปกติ ก็ควรหยุดการเคาะปอด
  • ห้ามทำถ้าเด็กมีกระดูกซี่โครงหัก หรือมีอาการเกี่ยวกับหัวใจ หลอดเลือด ปอดบวมน้ำ ห้ามทำเด็ดขาด
  • นอกจากการเคาะปอดแล้ว อาจจะใช้วิธีอื่นเพื่อช่วยระบายเสมหะ เช่น ดื่มน้ำอุ่น หรือให้ยาแก้ไอ ละลายเสมหะ หากลูกมีอาการไอร่วมด้วย

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post แชร์วิธีดูแลแม่หลังคลอด
Next post แนะนำอาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์