ชี้ให้ชัดสาเหตุของอาการบ้านหมุน

0 0
Read Time:5 Minute, 3 Second

หลายคนอาจเคยเจออาการ เวียนหัวบ้านหมุน ตอนลุกขึ้นยืน ก้มหัว หรือก้มตัวหยิบของ เมื่อมีอาการเหล่านี้อย่าชะล่าใจคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะอาการเวียนหัวเหมือนบ้านหมุนอาจเป็นอาการเริ่มแรก หรือสัญญาณเตือนของโรคที่ซ่อนอยู่ในร่างกายเราได้! รีบมาค้นหาสาเหตุให้รู้กันว่า อาการเวียนหัวบ้านหมุนเกิดจากอะไรได้บ้าง…

เครดิตฟรี

อาการ เวียนหัวบ้านหมุน คืออะไร?
อาการเวียนหัวบ้านหมุน (vertigo) คือ ความรู้สึกหลอนทางประสาทว่าสิ่งรอบตัว หรือตัวเอง มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในลักษณะหมุน หรือ โคลงเคลงไปมา ทำให้ไม่สามารถควบคุมการทรงตัวได้ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการทรงตัว ยืนทรงตัวไม่ได้ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ หากไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้

ความรู้สึกเวียนหัวเหมือนบ้านหมุน มีอาการอย่างไร?
อาการบ้านหมุน เป็นผลมาจากความผิดปกติของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการทรงตัว และรักษาสมดุลของร่างกายในท่าทางต่าง ๆ เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น จึงทำให้ระบบการทรงตัวเสียไปชั่วขณะ ทำให้มีอาการ ดังนี้

• รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวหมุน หรือตัวเองหมุน ทั้งที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
• มีอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดหัว เดินเซ ล้ม ก้มตัวแล้วเวียนหัว หรือทรงตัวไม่ได้
• รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของลูกตา ตากระตุก
• มีอาการเกี่ยวกับการได้ยินเสียง เช่น หูอื้อ เสียงดังรบกวนในหู

สล็อต

เวียนหัวบ้านหมุน

อาการบ้านหมุน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

  1. โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด (benign paroxysmal positioning vertigo: BPPV) เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุน ที่พบได้บ่อยที่สุด โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของหูชั้นใน โดยปกติภายในหูชั้นในจะมีอวัยวะควบคุมเกี่ยวกับการทรงตัวและการได้ยิน ในอวัยวะควบคุมเกี่ยวกับการทรงตัวมีตะกอนหินปูนที่เคลื่อนไปมา แต่ถ้าตะกอนหินปูนส่วนนี้หลุด ทำให้ตะกอนหินปูนนี้เคลื่อนที่ไปมา และส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทส่วนกลาง กระตุ้นให้เกิดอาการเวียนหัว บ้านหมุนขึ้นได้
  2. โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่พบว่าอาการของโรคเป็นผลจากความผิดปกติของน้ำที่อยู่ภายในหูชั้นใน สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการสร้างน้ำในหูชั้นในมากขึ้น ท่อทางเดินน้ำในหูชั้นในแคบ ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก มีการดูดซึมน้ำในหูชั้นในกลับน้อยกว่าปกติ หรือเกิดจากภาวะภูมิแพ้ ทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุน ได้
  3. การอักเสบของหูชั้นใน (labyrinthitis) หูชั้นในอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมักมีประวัติการ เป็นหวัด หรือระบบทางเดินหายใจอักเสบนำมาก่อน แต่ก็อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การบาดเจ็บที่ศีรษะ ภาวะเครียด ภูมิแพ้ หรือเป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิดก็ได้

สล็อตออนไลน์

  1. โรคเนื้องอกประสาทหู (acoustic neuroma) เป็นเนื้องอกที่เกิดจาก เส้นประสาทหูซึ่งอยู่ชิดกับสมองภายในกะโหลกศีรษะ เป็นเนื้องอกภายในกะโหลกศีรษะที่พบได้บ่อยที่สุด และเป็นชนิดที่ไม่ร้ายแรง เชื่อว่าอาจเกิดจากการอยู่ในที่ที่มีเสียงดังเป็นเวลานาน ทำให้มีอาการเวียนหัว บ้านหมุน หูอื้อ มีเสียงรบกวนในหูแล้ว อาจมีอาการชาที่ใบหน้าซีกนั้น เดินโซเซ หรืออาการทางสมองอื่น ๆ

นอกจากสาเหตุโรคต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว อาการบ้านหมุนยังเกิดจากโรคอื่น ๆ ได้อีก ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นผลมาจากความผิดปกติของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการทรงตัว

การดูแลตนเอง
นอนพักผ่อนให้มาก ๆ
หยุดนั่งพัก เพื่อป้องกันการหกล้ม
หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลง เช่น การหันศีรษะไว ๆ การเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว อดนอน เครียด
งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
รีบพบแพทย์ ถ้ามีอาการต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน
ดังนั้นหากพบว่ามีอาการผิดปกติเริ่มแรกจากเวียนหัวลุกขึ้นยืน ก้มตัวแล้วเวียนหัว เดินเซ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจ และรักษาต่อไป

jumboslot

วิธีการตรวจวินิจฉัยอาการเวียนศีรษะ1. ซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด เช่น ตรวจหู ตรวจประสาทและการทรงตัวทั้งหมด2. หากสงสัยว่ามีสาเหตุจากสมอง อาจจำเป็นต้องมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น การใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือเอกซเรย์สนามแม่เหล็ก (MRI) เป็นต้น

วิธีการรักษาอาการเวียนศีรษะ

  1. การรักษาตามสาเหตุของโรคแพทย์จะพิจารณาการรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ซึ่งแต่ละโรคจะรักษาแตกต่างกันไป
  2. การรักษาตามอาการการให้ยา บรรเทาอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน3. บริหารระบบทรงตัวเมื่ออาการเวียนศีรษะน้อยลง แนะนำให้บริหารระบบทรงตัว เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับสมดุลของระบบประสาททรงตัวได้ เช่น การฝึกบริหารสายตา ฝึกกล้ามเนื้อ คอ แขน ขา ฝึกการเคลื่อนไหวศีรษะและคอ รวมทั้งการเดินและยืน

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  1. ให้ผู้ป่วยนอนบนพื้นราบ ระวังล้ม และพยายามให้ผู้ป่วยมองจุดใดจุดหนึ่งนิ่งๆ ไว้
  2. หากมีอาการร่วม เช่น พูดไม่ชัด กลืนลำบาก เสียงแหบ แขนหรือขาอ่อนแรง ชา ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

slot

  1. ถ้าผู้ป่วยเคยมีประวัติโรคที่เกี่ยวข้องกับหูชั้นใน เช่น โรคน้ำหูไม่เท่ากัน หรือโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน เป็นต้น แนะนำให้รับประทานยาประจำตัวก่อน หากอาการยังไม่ดีขึ้นให้รีบมาพบแพทย์

วิธีป้องกันการเกิดอาการบ้านหมุน

  1. หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ เช่น ความเครียด, ความวิตกกังวล, การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ, สารก่อภูมิแพ้ (ถ้าแพ้) เป็นต้น
  2. หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม หรือสารคาเฟอีน เช่น ชา น้ำอัดลม กาแฟ และการสูบบุหรี่
  3. ออกกำลังกายและบริหารประสาททรงตัวอย่างสม่ำเสมอ4. หลีกเลี่ยงเสียงดัง และการกระทบกระเทือนบริเวณหู

อาการบ้านหมุนอันตรายไหม?
อาการบ้านหมุนจะอันตรายหรือไม่อันตรายนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุ เพราะถ้าสาเหตุมาจากเนื้องอกหรือเส้นเลือดผิดปกติอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ถ้าเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หินปูนในหูชั้นในหลุดก็สามารถรักษาได้และไม่เป็นอันตราย

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post อาการภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์
Next post อาหารแสลงทำให้ไอ