ประโยชน์ของวิตามินบี5

0 0
Read Time:7 Minute, 11 Second

วิตามินบี 5 หรือ กรดแพนโทธีนิค (Pantothenic acid) จัดเป็นวิตามินชนิดที่ลลายได้ในน้ำ และยังอยู่ในกลุ่มวิตามินบีรวม โดยเป็นสารประกอบอินทรีย์เคมีที่เป็นกรดอิสระ มีลักษณะเป็นของเหลวหนืดสีเหลืองอ่อนและสลายตัวง่ายเมื่อถูกความร้อนกรดแก่และด่างแก่ ซึ่งเป้นสารชนิดเดียวกันกับสารที่เป็นปัจจัยการเจริญเติบโตของยีสต์

เครดิตฟรี

โดยชื่อของกรดนี้มาจากคำว่า panthos ในภาษากรีก ที่แปลว่า “มีทุกที่ทุกฤดูกาล” หมายความว่าสารอาหารชนิดนี้ (Pantothenic acid) มีอยู่ในสัตว์และพืชเกือบทุกชนิดตลอดทั้งปี และมีประวัติการค้นพบเมื่อ ค.ศ.1938 โดย Dr.R.R. William ซึ่งได้แยกกรดแพนโทเธนิคออกจากตับและยีสต์

สำหรับประเภทของวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีอยู่ในแหล่งอาหารทั่วไปทั้งในสัตว์และพืช ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วร่างกายจะแปรเปลี่ยนเป็นวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ต่อไป และประเภทที่เกิดจากการสกัดแหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) โดยจะได้เป็นสารบริสุทธิ์ออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่โดยส่วนมากแล้ว สารสกัดวิตามินบี 5 นี้ มักจะผสมอยู่ในรูปของวิตามินบีรวมมากว่ารูปแบบวิตามินบี 5 เดี่ยวๆ

แหล่งที่พบและแหล่งที่มา

โดยปกติแล้วร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ขึ้นเองได้ด้วยแบคทีเรียในลำไส้ โดยสามารถสร้างได้ถึง 2.2 mg/kg. ของน้ำหนักอุจจาระต่อวัน (คนปกติมีอุจจาะในลำไส้ประมาณ 500 กรัม) ทำให้สังเคราะห์วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ประมาณวันละ 1 mg.

ซึ่งก็เป็นประมาณที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายใน 1 วัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิตามินบี 5 จากแหล่งอื่นมาเสริม สำหรับแหล่งของวิตามินบี 5 ในธรรมชาตินั้นอยู่ในรูปของอาหารต่างๆ โดยเฉพาะยีสต์ที่มีปริมาณกรดแพนไทธีนิคสูงมาก

สล็อต

นอกจากนี้ยังพบมากในเนื้อเยื่อต่างๆ ของสัตว์ เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ เช่น หัวใจ ตับ และไต ไข่ ไก่ (ไข่แดง) เนยแข็ง โยเกิร์ต ธัญพืชไม่ขัดสี และพืชสีเขียว

แต่อย่างไรก็ตามการคงสภาพของวิตามินบี 5 นี้จะไม่คงทนเพราะมักจะถูก ทำลายโดยความร้อนและกรด เช่น น้ำส้ม น้ำส้มสายชู รวมถึงต่าง เช่น Baking Soda เป็นต้น นอกจากนี้วิตามินบี 5 ในอาหารจะลดลงตามกาลเวลา เช่น อาหารกระป๋อง อาหารแห้ง รวมถึงวิตามินแบบเม็ดจะสูญเสียวิตามินบี 5 ไปประมาณ 50% ในเวลา 1 ปี ผลหรือไม้สดในอุณหภูมิห้อง 1 สัปดาห์ จะเสียกรดแพนโทเธนิคไปประมาณ 20%

ปริมาณที่ควรได้รับ

สำหรับปริมาณวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ที่ควรได้รับในแต่ละวัน อ้างอิงตามตารางสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (THAI RDI) ตามบัญชีหมายเลข 3 แนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 182) พ.ศ.2541 ระบุว่า ควรบริโภควิตามินบี 5 (Pantothenic acid) 6 มิลลิกรัม/วัน ในส่วนของสารสกัดวิตามินบี 5 ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งมักจะอยู่ในรูปวิตามินบีรวม มีขนาดที่แนะนำให้บริโภค คือ 10-300 มิลลิกรัม/วัน

ประโยชน์และโทษ

วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) มีประโยชน์หลายประการ เช่น สลายคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานเพื่อใช้ในแต่ละวัน , สร้างวิตามินเอ และ วิตามินดี ในร่างกาย , สร้าง Acetylcholine ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญของระบบพาราซิมพาเทติก , สร้างฮิโมโกลบินและ electron-carrying cytochrome proteins ในเลือด , ช่วยสร้างกรดอะมิโน leucine , arginine และ methionine , สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยลดพิษของยา เช่น ผลจากยาปฏิชีวนะ และผลข้างเคียงของตัวสร้างภูมิคุ้มกัน , รักษาความสมดุลของ ของเหลวเนื้อเยื่อ, ช่วยลดความเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบ , รักษาอาการเหน็บชาที่มือและเท้า และยังช่วยลดความเครียด (Anti-stress vitamin) และมีบทบาทหน้าที่เสริมฤทธิ์ทำงานร่วมกับวิตามินบีอื่นๆ เพื่อรักษาระดับปริมาณวิตามินในร่างกายให้อยู่ในสมดุลอีกครั้ง

สล็อตออนไลน์

สำหรับโทษของวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) นั้น หากเป็นการรับประทานในรูปแบบของอาหารทั่วไป ยังไม่มีรายงานการเกิดพิษ เพราะเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำและร่างกายก็สามารถขับออกได้ แต่ส่วนมากมักจะเกิดกับคนที่รับประทานวิตามินบี 5 ในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่รับประทานเกินขนาดมากกว่า 10 – 20 กรัม โดยจะมีอาการท้องเสีย มีน้ำคั่งในเยื่อหุ้มปอด และเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นต้น ส่วนในกรณีที่ร่างกายขวดวิตามินบี 5 นั้นจะส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าโดยมีอาการดังนี้ มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อยล้า อ่อนเพลีย กระตุกหรือเป็นตะคริวได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง มีอาการปวดศีรษะคลื่นไส้อาเจียนและแสบร้อนตามผิวหนังเหมือนมีเข็มทิ่มมือและเท้า โลหิตจางและอาจมีปัญหาการไหลเวียนของเลือด ระบบประสาทผิดปกติ จนเป็นผลให้รู้สึกเหนื่อยง่าย หงุดหงิดและมีภาวะตึงเครียด ผมหงอกขาว ติดเชื้อง่ายมีภูมิต้านทานต่ำ เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้ที่ขาดวิตามินบี 5 ก็มักขาดวิตามินบีตัวอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ส่วนการขาดวิตามินบี 12 วิตามินบี 9 วิตามินบี 7 ก็เป็นสาเหตุให้ขาดวิตามินบี 5 เพราะสารตัวดังกล่าวจำเป็นสำหรับเมตาบอลิซึมของกรดแพนโทเธนิค

การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง

มีผลการศึกษาวิจัยระบบ metabolism ของวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ระบุว่า Pantothenic acid เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์โคเอนไซม์เอ (Coenzyme A) มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรดและลิปิด โดยเฉพาะกรดไขมัน โดยเป็นองค์ประกอบของสารตัวกลาง ในกระบวนการเมแทบอลิซึมที่สำคัญ คือ อะซิติลโคเอ (AcetylcoA) และเกี่ยวข้องในการสังเคราะห์ฮีม (Heme) และยังเป็นสาระสำคัญในกระบวนการ Kreb’s cycle โดยจะดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก ซึ่งจะดุดซึมเข้าไปในร่างกายและเนื้อเยื่อต่างๆ จากนั้นก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไคเอนไซมืเอ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเมตาบิลิซึม เพื่อเป็นพลังงานต่อไป สำหรับ (Pantothenic acid)ส่วนที่เหลือก็จะถูกขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะ(ซึ่งอาจจะมีการขับถ่ายทางเหงื่อเล็กน้อย)

jumboslot

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับฤทธิ์ลดปริมาณไขมันบนใบหน้าของ (Pantothenic acid)ด้วยวิธีการศึกษาแบบ Randomized , double-blind placebo contrclled trial โดยคัดเลือกอาสาสมัครที่มีปัญหาผิวหน้ามัน มาวัดปริมาณไขมันบนใบหน้าด้วยเครื่อง sebumeter ซึ่งเกณฑ์ของอาสาสมัครต้องได้ค่ามากกว่า 100 µg sebum/cm2 จากนั้นอาสาสมัคร 40 คน ได้รับการสุ่มการรักษาเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับ Pantothenic acid และกลุ่มที่สอง ได้รับยาหลอกในปริมาณ 500 มิลลิกรัม โดยให้รับประทานวันละ 2 ครั้งหลังอาหาร เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ซึ่งมีการนัดตรวจติดตามปริมาณไขมันบนใบหน้าที่ตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ หน้าผาก จมูก แก้มสองข้างที่ 2, 4 และ 8 สัปดาห์หลังการรักษา หลังจากนั้นวัดปริมาณไขมันบนใบหน้าอีกครั้งหลังหยุดยาเป็นเวลา 4 สัปดาห์ และทำการประเมินผลข้างเคียง รวมทั้งความพึงพอใจของอาสาสมัครโดยใช้แบบสอบถาม ใช้สถิติในการประเมินการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังการรักษาด้วย Pair-Samples t-test แล้วเปรียบเทียบผลการักษาระหว่า ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มอาสาสมัครที่ได้รับแพนโธทีนิค เอซิต มีปริมาณไขมันบริเวณใบหน้าเฉลี่ย ลดลงในสัปดาห์ที่ 8 ซึ่งเหลว (แต่หายได้เอง) ในกลุ่มที่ได้รับแพนโธทีนิค เอซิด คิดเป็นร้อยละ 9.1 และยังพบว่าสามารถลดปริมาณไขมันเฉลี่ยทั่วใบหน้าได้ร้อยละ 14.80 ที่ 8 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับยาหลอก

slot

ส่วนผลการศึกษาความเป็นพิษของวิตามินบี 5 (Pantothenic acid) ระบุว่าพบผู้ป่วยที่รับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มี Pantothenic acid วันละ 10-20 กรัม (ซึ่งร่างกายต้องการเพียงวันละ 6 มิลลิกรัม) มีอาการท้องเสีย และมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดรวมถึงเยื่อหุ้มหัวใจชนิดที่มีเม็ดเลือดอิโอสิโนฟิลสูง นอกจากนี้พบว่าการรับประทาน Pantothenic acid ในขนาดที่สูงยังรบกวนการดูดซึมไบโอตินของร่างกายอีกด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

วิตามินบี 5 มีการทำงานร่วมกับวิตามินอื่นๆ เช่น วิตามินบี 2,7,9,12 ซึ่งหากขาดวิตามินชนิดใดชนิดหนึ่ง อาจทำให้เกิดภาวะขาดวิตามินชนิดอื่นๆ ได้ ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหารและวิตามินให้ครบเป็นประจำ
วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) สามารถสลายตัวได้ง่าย เมื่อโดนความร้อนกรดและด่าง ดังนั้น ในการเตรียมวัตถุดิบในการเตรียมอาหารหรือการเก็บวิตามินบี 5 ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงควรหลีกเลี่ยงสภาวะดังกล่าว
การรับประทานวิตามินบี 5 ในรูปแบบอาหารเสริมไม่ควรรับประทานเกินขนาดที่ระบุไว้ เพราะมีรายงานการเกิดพิษจากการรับประทานเกินขนาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post ประโยชน์ของวิตามินบี3
Next post ประโยชน์ของวิตามินบี6