ประโยชน์ของไอโซฟลาโวน

0 0
Read Time:7 Minute, 14 Second

ไอโซฟลาโวน (isoflavones) จัดเป็นสารจำพวก polyphenol ที่ไม่ใช้สเตอรอยด์ (steroid) หรืออาจเรียกว่าเป็นไฟโตนิวเทรียนต์ หรือสารอาหารจากพืช ที่ใกล้เคียงกับฟลาโวนอยด์ โดยเป็นสารที่มีโครงสร้างพื้นฐานคลายคลึงกับของฟลาโวน (flavone) คือ ประกอบด้วย 3 วงแหวน (A,C และ B) เหมือนกัน หากแต่วงแหวน B ของไอโซฟลาโวนจะต่อกับตำแหน่งที่ 3 ของวงแหวน C แทนที่จะเป็นตำแหน่งที่ 2 เหมือนในฟลาโวน ไอโซฟลาโวนจึงจัดเป็นไอโซเมอร์ของฟลาโวน ที่เป็นสารประกอบที่มีคุณสมบัติคล้ายเอสโตรเจน สามารถจับกับ estrogen receptor และชักนำให้เกิดการตอบสนองได้เช่นเดียวกับเอสโตรเจน มักเรียกอีกชื่อว่า ไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogen)

เครดิตฟรี

สำหรับประเภทของไอโซฟลาโวนนั้นมีอยู่ด้วยกันสองรูปแบบคือ aglycone ซึ่งเป็นไอโซฟลาโวนรูปแบบที่ไม่มีโมเลกุลของน้ำตาลมาเชื่อมต่อ โดยจะมีสามชนิดคือ daidzein genistein และ glycitein ส่วนอีกรูปแบบที่สองเป็นไอโซฟลาโวนที่มีโมเลกุลของน้ำตาลเชื่อมต่ออยู่เรียกว่า isoflavone β-glucoside ประกอบไปด้วย 6”-O-malonylglucoside 6”-O-acetylglucoside และβ-glucoside ซึ่งเกือบทั้งหมดของไอโซฟลาโวนที่พบในถั่วเหลืองจะอยู่ในรูปแบบนี้ โดยมีอัตราส่วนของdaidzein: genistein: glycitein อยู่ที่ประมาณร้อยละ40: 50: 10 ของปริมาณไอโซฟลาโวนทั้งหมดที่มีอยู่ในถั่วเหลือง

แหล่งที่พบและแหล่งที่มา

ไอโซฟลาโวนเป็นสารที่มีแหล่งที่มาถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ที่มาจากถั่วเหลือง โดยปกติแล้วจะพบปริมาณไอโซฟลาโวนอยู่ระหว่าง 1.2-3.3 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักแห้งของถั่วเหลืองหนึ่งกรัม ซึ่งนอกจากถั่วเหลืองแห้งแล้วผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากถั่วเหลืองก็มีไอโซฟลาโวนอยู่เช่นกัน ซึ่งได้แก่ เต้าหู้แผ่น,นม,ถั่วเหลือง,ถั่วเหลืองงอก,ถั่วเขียว,ถั่วขาว ถึงแม้ว่าฟองเต้าตู้ดิบและโปรตีนถั่วเหลือง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพบไอโซฟลาโวนได้จากถั่วเขียวและถั่วลันเตาอีกด้วย แต่ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมีปริมาณน้อยกว่าเมล็ดถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านการแปรรูปมากนัก เพราะโมเลกุลของน้ำตาลที่เชื่อมต่อกับไอโซฟลาโวนที่อยู่ในรูปของ 6”-O-malonylglucoside หรือ 6”-O-acetylglucoside มีความอ่อนไหวต่อความร้อนสูง ดังนั้นหลังจากผ่านกระบวนการผลิตและแปรรูป โมเลกุลของน้ำตาลที่เชื่อมต่อกับสารไอโซฟลาโวนจะเปลี่ยมมาอยู่ในรูปของ -glucoside

นอกจากนี้กระบวนการหมักในผลิตภัณฑ์อาหารที่มาจากถั่วเหลืองบางประเภทก็ส่งผลให้น้ำตาลที่เชื่อมต่อกับโมเลกุลของไอโซฟลาโวนหลุดออกไป เป็นต้น

สล็อต

ปริมาณที่ควรได้รับ

สำหรับปริมาณของไอโซฟลาโวนที่แนะนำให้บริโภคนั้น มีการกำหนดเกณฑ์ไว้ที่ 50-100 มิลลิกรัม/วัน หรือคิดแบบคร่าวๆ เทียบได้กับการรับประทานน้ำถั่วเหลืองประมาณวันละ 2-4 แก้ว หรือเต้าหู้ก้อน (100 กรัม) ประมาณวันละ 2-4 ก้อน นอกจากนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาและสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกายังแนะนำให้รับประทานโปรตีนจากถั่วเหลือง 25 กรัมต่อวัน เพื่อให้ได้ปริมาณของโปรตีนและไอโซฟลาโวนเพียงพอใน 1 วัน

ประโยชน์และโทษ

เนื่องจากโครงสร้างทางเคมีของไอโซฟลาโวนมีความคล้ายคลึงกับฮอร์โมนเพศหญิง 17β-estradiol ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดที่พบได้ทั่วไปและมีมากใหญ่ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้นสารนี้จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มของไฟโตเอสโตรเจน (สารที่สร้างดอกพืชซึ่งมีฤทธิ์เหมือนกับฮอร์โมนเอสโตรเจน)

ซึ่งไอโซฟลาโวนนี้สามารถจับกับ estrogen receptors และออกฤทธิ์เหมือน เอสโตรเจน (estrogen agonist) หรือต้านเอสโตรเจน (estrogen antagonist) คล้าย estrogen receptor modulators (SERMs) การกินถั่วเหลืองและดื่มนมถั่วเหลือง ซึ่งเป็นแหล่งของไอโซฟลาโวนเป็นประจำจะสามารถช่วยลดอาการต่างๆ ได้ เช่น อาการร้อนวูบวาบของหญิงวัยหมดประจำเดือน และโรคกระดูกพรุน อีกทั้งคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง ยังช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระซึ่งเกิดขึ้นจากการเผาผลาญสารอาหารที่เราบริโภคเข้าไปทำอันตราย DNA ใน เซลล์ต่างๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ส่วนสารเจนีสทีนจะช่วยเพิ่มการสร้าง superoxide dismutase (SOD) ซึ่งช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและลด LDL-cholesterol oxidation ดังนั้นผู้ที่บริโภคถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์เป็นประจำจึงสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็งบางชนิดได้สำหรับโทษของไอโซฟลาโวนนั้นยังไม่พบรายงานแต่อย่างใด

สล็อตออนไลน์

การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง

มีผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับระบบการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของไอโซฟลาโวน โดยพบว่าขั้นตอนที่จำเป็นก่อนการดูดซึมสารไอโซฟลาโวนเข้าสู่ร่างกายคือการนำน้ำตาลที่เชื่อมต่ออยู่กับโมเลกุลของสารไอโซฟลาโวนออกก่อน โดยเชื่อว่าแบคทีเรียในลำไส้มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการดังกล่าว แต่ในปัจจุบันนี้พบว่ากระบวนการดูดซึมสารไอโซฟลาโวนเกิดจากเอนไซม์ lactase phlorizin hydrolase (LPH) ในลำไส้เล็ก โดยเมื่ออยู่ในรูปของ aglycone ไอโซฟลาโวนจะซึมผ่านผนังลำไส้เล็ก ส่วนไอโซฟลาโวนที่ไม่ได้ซึมจะเคลื่อนผ่านไปยังลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียจำนวนมากส่งผลให้ไอโซฟลาโวนถูกย่อยด้วยเอนไซม์ของแบคทีเรียดังกล่าวเปลี่ยนเป็นอนุพันธ์ต่างๆ ก่อนที่จะเกิดการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยdaidzein ถูกเปลี่ยนเป็น equol หรือ O-desmethylangolensin (O-DMA) ผ่านทาง dihydrodaidzein enistein ถูกเปลี่ยนเป็น 6′-hydroxy-O-DMA หรือ5-hydroxyequol ผ่านทาง dihydrogenistein และท้ายที่สุด glycitein ถูกเปลี่ยนเป็น 5′-methoxy-O-DMA หรือ 6-methoxyequol ผ่านทาง dihydroglycitein

เมื่อดูดซึมเข้าสู่ตับ ไอโซฟลาโวนจะเชื่อมต่อเข้ากับคอนดรอยตินซัลเฟลหรืออาจเชื่อมต่อกับกรด glucuronic เพื่อเพิ่มความสามารถในการละลายน้ำของไอโซฟลาโวนหลังจากนั้นจะล่องลอยไปกับน้ำเลือด โดยไอโซฟลาโวนเมื่ออยู่ในร่างกายของมนุษย์มีค่าครึ่งชีวิต (half-life) อยู่ที่ประมาณ 7.9 ชั่วโมง แต่ไม่มีการรายงานการศึกษาในมนุษย์ว่าหลังจากไอโซฟลาโวนถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตแล้วไปสะสมที่เนื้อเยื่อใดเป็นพิเศษ และจากการศึกษาทางด้านเภสัชจลนศาสตร์พบว่า ปริมาณความถี่ของการได้รับไอโซฟลาโวน อายุ เพศ และพฤติกรรมการกินไม่มีผลต่อฤทธิ์ของสารไอโซฟลาโวนในร่างกาย หากแต่เกิดจากความหลากหลายของแบคทีเรียในลำไส้ เช่น ประชากรประมาณร้อยละ 40 เท่านั้นที่มีแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่สามารถเปลี่ยน daidzein ไปเป็น equol ได้ ดังนั้นความหลากหลายของไอโซฟลาโวนที่ร่างกายได้รับไม่ได้ขึ้นอยู่กับถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียว

jumboslot

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัยไอโซฟลาโวน กับโรคและอาการของโรคต่างๆดังนี้
ภาวะหมดประจำเดือน มีการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นพบว่า ผู้หญิงญี่ปุ่นที่รับประทานถั่วเหลืองมากทั้งในแง่ปริมาณรวมของถั่วเหลือง และไอโซฟลาโวนจะมีความถี่ของอาการร้อนวูบวาบน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้รับประทาน และยังมีรายงานว่าผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนในยุโรปมีอาการร้อนวูบวาบร้อยละ 70-80 ขณะที่ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนในมาเลเซีย จีนและสิงคโปร์มีอาการร้อนวูบวาบร้อยละ 57.18 และ 14 ตามลำดับ

โรคกระดูกพรุน ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนจะมีการสูญเสียเนื้อกระดูกประมาณร้อยละ 3-5 ต่อปีในเวลา 3-5 ปีแรก ของการหมดประจำเดือน ทำให้มวลกระดูกลดลงประมาณร้อยละ 15 หลังจากนั้นอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูก จะลดลงสู่ระดับเดิมคือ ร้อยละ 0.5-1 ต่อปีจนเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งมีรายงานการงานวิจัยพบว่าไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองช่วยป้องกัน

การสูญเสียมวลกระดูกได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติคล้ายเอสโตรเจนซึ่งเพิ่มความหนาแน่นกระดูกในหญิงวัยหมด ประจำเดือน และยังมีผลการทดลองในสัตว์ทดลองที่ตัดรังไข่ออกไปนั้น พบว่าสัตว์ทดลองมีความหนาแน่นของกระดูก เนื่องจากได้รับสารไอโซฟลาโวนนี้เข้าไป เนื่องจากยังมีผลการศึกษาวิจัยพบว่าหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เกิดอาการของการขาดฮอร์โมนนั้น สามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงโรคกระดูกพรุนได้ โดยการบริโภคอาหารจากถั่วเหลืองเพื่อให้ได้สารไอโซฟลาโวน ในปริมาณวันละ 50-150 มก.

slot

โรคมะเร็ง มีรายงานจากการทดลองศึกษาฤทธิ์การยับยั้งไลปิดเปอร์ออกซิเดชั่น (lipid peroxidation inhibition) ในตับหนู พบว่าเจนิสเคอีนจะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด โดยสามารถเรียงลำดับดังนี้ เจนิสเตอีนจะมีฤทธิ์ที่ดีกว่าเดดเชอีน เจนิสติน และเดดซีน ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีรายงานถึงฤทธิ์ของเจนิสเตอีนในการยับยั้งกระบวนการแบ่งตัวระยะไมโตเจเนซิสของเซลล์ (mitogenesis) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของเซลล์ (cell survival) กระบวนการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (cell transformation) และยับยั้งขบวนการ angiogenesis ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งได้

โรคหัวใจขาดเลือด มีการวิเคราะห์อภิมาน (meta analysis) พบว่าการกินโปรตีนถั่วเหลืองที่มีไอโซฟลาโวนสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับการลดลงของระดับ total cholesterol,LDL-cholesterol และ triglycerides และการเพิ่มขึ้นของ HDL-cholesterol ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือดขึ้นกับเพศ ระดับเริ่มต้นของไขมันและรูปแบบการบริโภคอาหารของกลุ่มตัวอย่าง

ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งพบว่าในสตรีที่มีภาวการณ์ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้น มีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง เนื่องจากคอเลสเตอรอลเป็นสารตั้งต้นตัวหนึ่งในการสร้างฮอร์โมน และเมื่อรังไข่หยุดสร้างฮอร์โมนจะมีผลทำให้มีคอเลสเตอรอลเหลือจึงส่งผลให้มีคอเลสเตอรอลในระดับสูง นอกจากนี้ยังพบว่าสารกลุ่มไอโซฟลาโวน เช่น เจนีสทีน (genistein) เป็นสารสำคัญในถั่วเหลืองที่มีผลต่อการลดของคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) อีกทั้งยังช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และลดการจับตัวของเกล็ดเลือดที่เป็นเหตุให้เกิดภาวะการอุดตันของหลอดเลือดได้

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post ซีลีเนียมมีสรรพคุณอย่างไรบ้าง
Next post ประโยชน์ของอะดิโพเนคทิน