ประโยชน์ดีๆของเลซิติน

0 0
Read Time:8 Minute, 10 Second

เลซิตินเป็นไขมันประเภทหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อเซลล์ทุกชนิดในร่างกายมนุษย์ ซึ่งเลซิตินแยกได้ครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1850 โดยนักเภสัชเคมีชาวฝรั่งเศสชื่อมอริส โกเบลย์ (Maurice Gobley) ที่สกัดแยกเลซิตินได้จากไข่แดง และตั้งชื่อเป็นภาษากรีกว่า เลกิธอส (Lekithos) ต่อมาในปี ค.ศ. 1874 มีการพิสูจน์โครงสร้างของเลซิทินอย่างสมบูรณ์ พบว่าเลซิทินเป็นลิพิด

หรือไขมันชนิดหนึ่งที่อยู่ในรูปเอสเทอร์ที่เรียกว่า ฟอสโฟลิพิด (Phospholipids) ซึ่งฟอสโฟลิพิดสำคัญมีอยู่ 4 ชนิด โดยเฉพาะฟอสฟาทิดิลโคลีนสามารถให้วิตามินบีหายากที่เรียกว่าโคลีน ซึ่งเป็นสารเริ่มต้นในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทที่ชื่อ อะเซทิลโคลีน อีกทั้งเลซิตินยังมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ เช่น กรดลิโนเลอิก กรดแอลฟาลิโนเลนิก และกรดอะราชิโดนิก

เครดิตฟรี

ทั้งนี้ในทางชีวเคมีเลซิตินจะหมายถึง ฟอสฟอทิดิลโคลีน (phosphatidylcholine) ที่เป็นเอสเทอร์ ของกรดฟอสฟาทิดิลกับโคลีน ซึ่งเป็นไขมันประเภทฟอสโฟไลปิด(phospholipid) ชนิดหนึ่ง (ฟอสโฟไลปิด คือ ไขมันที่มีกลุ่มของกรดฟอสโฟริค (phosphorie acid) จับอยู่กับคาร์บอนตำแหน่งที่ 3 ของ glycerol backbone ส่วนคาร์บอนตำแหน่งที่ 1 และ 2 จะจับกับกรดไขมัน) แต่ในการการค้าเลซิติน จะหมายถึง สารผสมของฟอสโฟไลปิดที่สกัดได้จากอาหารต่างๆ เช่น ไข่แดง ซึ่งจะประกอบไปด้วย ฟอสโฟไลปิดชนิดต่างๆ เช่น phosphatidylcholine , phosphatidyl ethanol nine และ phosphatidyl inositol เป็นต้น โดยมีเลซิตินอยู่มากที่สุด และโมเลกุลของเลซิตินจะประกอบด้วย กลีเซอรอล (glycerol) , กรดฟอสโฟริก (phosphoric acid) , กรดไขมัน (fatty acid) และมี โคลีน (nitrogen-containing base choline) จับอยู่กับกรดฟอสโฟริค

ส่วนกรดไขมันในโมเลกุลส่วนใหญ่จะเป็นหรดปาลมิติก (palmitic acid) เสตรียริก (stearie acid) โอเลอิก (oleic acid) และอะราชิโดนิก (arachidonic acid) สำหรับประเภทของเลซิตินนั้นอาจแบ่งตามแหล่งที่พบได้ 2 แหล่ง คือ ในร่างกายมนุษย์ที่สามารถผลิต “เลซิติน” ขึ้นได้เองโดยเป็นการสังเคราะห์โดยกระบวนการกลไกของร่างกายที่ “ตับ“ โดยสารตั้งต้นที่ร่างกายใช้ผลิตเลซิติน ได้แก่ กรดไขมันจำเป็น วิตามินบี และสารอาหารสำคัญอื่นๆ และจากแหล่งธรรมชาติ ที่พบได้ทั้งในพืชและสัตว์ โดยจะพบมากในแหล่งอาหารต่างๆ ซึ่งแหล่งอาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะให้โคเลสเตอรอลสูงตามไปด้วย

แหล่งที่พบและแหล่งที่มา

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าร่างกายสามารถผลิต เลซิตินขึ้นมาเองได้ที่ตับ แต่หากร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเลซิตินไม่เพียงพอก็จะทำให้ไม่สามารถผลิตเลซิตินได้มากพอที่ร่างกายต้องการ และเกิดภาวะขาดเลซิตินตามมา ดังนั้นร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับเลซิตินจากแหล่งอาหารธรรมชาติร่วมดัวย ซึ่งแหล่งอาหารในธรรมชาติที่มีเลซิตินอยู่ อาทิ เช่น ถั่วเหลือง ไข่แดง นมสด ชีส เนย ถั่วลิสง เนื้อวัว ปลา ตับ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก เมล็ดทานตะวัน เมล็ดดอกคำฝอย ข้าวโอ๊ต จมูกข้าวสาลี และเมล็ดธัญพืชอื่นๆ เป็นต้น

สล็อต

ปริมาณที่ควรได้รับ

สำหรับปริมาณของเลซิตินที่ร่างกายต้องการต่อวันนั้น มีการศึกษาวิจัยพบว่าร่างกายของเราต้องการเลซิตินวันละ 6 กรัม แต่โดยมากแล้วในคนปกติที่มีการบริโภคอาหารครบ 5 หมู่ มักจะไม่พบว่ามีภาวะขาดเลซิติน แต่ปัจจุบันที่คนนิยมรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ จึงอาจจะทำให้เกิดการขาดสารเลซิตินได้ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการผลิตเลซิตินในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกมาจำหน่ายโดยมีการกำหนดขนาดการรับประทานที่เหมาะสมของเลซิติน (Lecithin) ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพนั้นควรรับประทานดังนี้

เพื่อเสริมความจำ ป้องกันสมองเสื่อม ควรรับประทาน 1,200-3,600 มิลลิกรัม/วัน
เพื่อบำรุงตับ ลดการทำลายเซลล์ตับ ควรรับประทาน 1,200-3,600 มิลลิกรัม/วัน
เพื่อลดไขมันโคเลสเตอรอล ป้องกันโรคสมองและหัวใจขาดเลือด ควรรับประทาน 3,600-7,200 มิลลิกรัม/วัน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเลซิตินจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่การรับประทานเลซิตินที่มากเกินไป ก็อาจเกิดอาการข้างเคียง อังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้และควรระมัดระวังในการใช้

ประโยชน์และโทษ

เลซิตินเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผลการศึกษาวัยระบุว่าในร่างกายมนุษย์จะพบเลซิตินมากในอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ ตับ และไต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมองจะพบเลซิตินเป็นส่วนประกอบมากถึง30%

สล็อตออนไลน์

ทั้งนี้เลซิตินมีความสำคัญต่อสมองเนื่องจากในการส่งขอมูลระหว่างเซลล์สมองแต่ละเซลล์ และระหว่าสมองกับส่วนต่างๆ ในร่างกายต้องอาศัยสารที่เรียกว่า สารสื่อประสาท (neurotransmitters) ซึ่งทำหน้าที่ในการถ่ายทอดข้อมูลและความรู้สึกเพื่อให้แสดงพฤติกรรมต่างๆ ได้ตามความต้องการของสมอง โดยสารที่สำคัญได้แก่อะซิทิลโคลีน (acetycholine) ที่ผลิตมาจากสารโคลีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเลซิติน อีกทั้งในปัจจุบันแพทย์ยังใช้เลซิตินในการบำบัดโรคทางสมองต่างๆ เช่น tardive Dyskinesis ซึ่งเป็นโรคทางสมอง ที่เกิดจากเซลล์ประสาทของสาร acetylcholine รวมถึงยังใช้รักษาโรคพาร์กินสันและโรคความจำเสื่อมอีกด้วย

นอกจากนี้เลซิตินยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีก เช่น ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลซึ่งการควบคุมไลโพโปรตีนที่ขนส่งโคเลสเตอรอล คือ “แอลดีแอล” (LDL) และ “เอชดีแอล” (HDL) ดังนั้นกลไกของเลซิตินต่อการควบคุมโคเลสเตอรอล คือ ลดการดูดซึมของโคเลสเตอรอลในทางเดินอาหารออกทางลำไส้ใหญ่ และขับถ่ายออกไปและเลซิตินยังมีส่วนในการสร้างไลโพโปรตีนและเร่งปฏิกิริยาการขนย้าย โคเลสเตอรอลออกจากกระแสเลือดช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมันและนำไขมันไปใช้เป็นพลังงานให้ดีขึ้นเพราะเลซิตินเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสร้างโมเลกุลที่มีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย เช่น เอนไซม์ฮอร์โมนสารเคมีระบบภูมิคุ้มกันบางชนิด การแข็งตัวของเลือด เป็นต้น

ช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันให้ดีขึ้นการรับประทานเลซิตินจะช่วยให้ร่างกายสามารถนำวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอีและวิตามินเค ดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นองค์ประกอบของเยื่อบุผิวของเซลล์เพราะเลซิตินจะถูกใช้ในกระบวนการสร้างเยื่อบุผิวเซลล์ต่างๆ เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ผิวหนัง รวมถึงเซลล์ของอวัยวะต่างๆ

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เลซิตินยังช่วยไม่ให้ไขมันในเลือดตกตะกอน โดยทำให้ไหลเวียนไปกับกระแสเลือด ช่วยให้เกิดการเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงาน ลดอันตรายจากโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว การเกิดนิ่วในถุงน้ำดี และลดความเสี่ยงโรคไขมันในตับอีกด้วย

jumboslot

สำหรับโทษของเลซิตินนั้นในคนสุขภาพดีที่รับประทานอาหารครบ 5 หมู่จะไม่พบภาวะขาดเลซิติน อีกทั้งภาวะขาดเลซิตินนั้นจะพบน้อยมากหรือแทบไม่พบเลย แต่จะพบภาวะการได้รับเลซิตินมากเกินไปโดยจะมีผลข้างเคียง คือ คลื่นไส้ อาเจียน น้ำลายหลั่งออกมาก เบื่ออาหาร เหงื่อออกมาก เป็นต้น

การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง

มีผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเลซิตินกับการป้องกันและรักษาโรคต่างๆ หลายฉบับ อาทิเช่น เลซิตินกับการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดบทบาทของเลซิตินที่มีต่อการลดอัตราความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดจะอยู่ที่กลไกลที่มีผลต่อโคเลสเตอรอลมีการศึกษาวิจัย โดยการให้เลซิตินแก่ผู้ที่อยู่ในภาวะไขมันสูงภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่ควบคุมพบว่า ระดับไลโพโปรตีนชนิดแอลดีแอลลด ลงในขณะที่เอชดีแอลสูงขึ้น โดยกลไกลดังกล่าวสามารถอธิบายได้จากคุณสมบัติของเลซิติน คือ ช่วยลดการดูดซึมของโคเลสเตอรอลในทางเดินอาหารและเลซิตินยังมีผลต่อการดูดกลับน้ำดีในทางเดินอาหารให้ลดลง โดยดึงโคเลสเตอรอลในเลือดที่เป็นองค์ประกอบการ สร้างน้ำดีมาใช้เพิ่มขึ้น ทำให้การขนส่งโคเลสเตอรอลจากเลือดไปสู่ตับเพิ่มขึ้น และเลซิตินยังส่งผลต่อไตรกลีเซอไรด์ในกระบวนการเร่งการสลายอีกด้วยทำให้ลดความเสี่ยงของโคเลสเตอรอล ที่จะเกาะตามผนังหลอดเลือดได้

เลซิตินกับภาวะโรคตับมีผลการศึกษาวิจัยในปี 1994 ระบุว่า จากการศึกษาวิจัยลิงบาบูนที่มีปัญหาการสะสมไขมันในตับและตับแข็งอันเป็น ผลมาจากแอลกอฮอล์ โดยให้ได้รับการเสริมเลซิตินชนิดที่มีฟอสฟาติดิลโคลีน ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง สามารถบรรเทาอาการลงได้ นอกจากนี้การเสริมเลซิตินยังสามารถชะลอปัญหาการสะสมไขมันในตับของลิงบาบูน อันจะนำไปสู่ปัญหาตับแข็ง

นอกจากนี้ยังมีรายงานทางการแพทย์ในปี ค.ศ.2003 ซึ่งเป็นการศึกษาทั้งหมด 20 ศูนย์ในอเมริกา โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 789 ราย โดยผู้ป่วยจะได้รับฟอสฟาทิดิลโคลีน จากผลการตรวจชิ้นเนื้อของตับที่ 24 เดือน หลังจากการรักษาพบว่าผู้ป่วยโรคตับจากแอลกอฮอล์ที่ได้รับฟอสฟาทิดิลโคลีน มีแนวโน้มที่ดีและค่าเอมไซม์ของตับดีขึ้น

slot

เลซิตินกับการลดความเสี่ยงของนิ่วในถุงน้ำดี มีการศึกษาวิจัยพบว่านิ่วในถุงน้ำดีมีสาเหตุมาจากในน้ำดีมีปริมาณของไขมันคอเลสเตอรอลสูงจนเกินไปและจากการทำงานของเลซิตินซึ่งมีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลายของน้ำดี จึงช่วยให้น้ำดีไม่จับตัวจนเป็นก้อนนิ่ว

เลซิตินกับโรคความจำเสื่อม โดยมีงานวิจัยพบว่าผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับประทานเลซิตินวันละ 25 กรัม เป็นเวลาหลายๆ เดือนติดต่อกัน และพบว่าการให้โคลีนเป็นระยะเวลา 6 เดือนจะช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ หรือการให้โคลีนร่วมกับยาที่ใช้รักษา (Cholinesterase inhibitors) ก็ทำให้มีการพัฒนาความสามารถที่ต้องใช้ความจำด้วย

ข้อแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

หากรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อยู่เป็นประจำ ก็จะทำให้ร่างกายได้รับเลซิตินในปริมาณที่เพียงพอโดยที่ไม่ต้องรับประทานเลซิตินในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแต่อย่างใด แต่หากมีความจำเป็นต้องรับประทานเลซิติน ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรเลือกเลซิตินจากพืชเพราะเลซิตินจากพืช มีส่วนประกอบของกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว หากซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเลซิตินจากแหล่งวัตถุดิบที่เป็นสัตว์ หรือไข่แดงอาจได้รับกรดไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับโคเลสเตอรอลได้ นอกจากจะได้รับเลซิตินจากอาหารหรือเลซิตินเสริมอาหารแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ก็จะช่วยเสริมและเพิ่มปริมาณเลซิตินให้กับกล้ามเนื้ออีกทางหนึ่งได้อีกด้วย

About Post Author

macandnellisws

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Previous post ประโยชน์ดีๆของโมลิบดีนัม
Next post สารโพแทสเซียมมีประโยชน์อย่างไร